HKT48 ซาชิฮาระ ริโนะ

“เป็นฉันจะดีเหรอคะ”


— ในกองบรรณาธิการของเราได้ขอเลือกซาชิฮาระซังเป็น MVPครับ

ซาชิฮาระ : หวา ฉันดีใจนะคะเนี่ย ไม่สิ ดีใจมากจริงๆค่ะ รู้สึกมันเกินตัวไปหน่อยด้วยซ้ำ เป็นฉันจะดีเหรอคะ?

— ไม่มีข้อติครับ ได้อันดับ 1 ในการเลือกตั้งในปี 2013 ปีนี้ก็ได้อันดับ 2 เมื่อย้อนกลับไปมองด้วยตัวเองแล้ว ปี2014เป็นปีแบบไหนกันครับ

ซาชิฮาระ : มีอะไรเกิดขึ้นมากมายค่ะ

— สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจมากที่สุดล่ะ

ซาชิฮาระ : ก็ต้องเป็นเรื่องที่ได้เล่นคอนเสิร์ตหลายต่อหลายครั้งค่ะ เป็นหนึ่งปีแห่งคอนเสิร์ตจริงๆ

— หน้าที่ตอนนี้คือเป็นไอดอลที่ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ของไอดอลด้วยสินะครับ ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลย
มิหนำซ้ำตลอดทั้งปีก็ยังสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตที่สนุกสนานสุดยอดไม่ขาด

ซาชิฮาระ: การได้รับคำชมเรื่องคอนเสิร์ตเป็นสิ่งที่ฉันดีใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดเลยค่ะ ตัวฉันเองชอบมันมากที่สุดด้วย เพราะเป็นกิจกรรมที่ทุ่มเทเรี่ยวแรงให้กับมันจริงๆน่ะค่ะ

— ในกรุ๊ปAKB48 มีทั้งงานจับมือและอีเว้นท์ส่วนตัวอยู่มากมาย แต่ก็ทำให้พวกเรารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งว่า ยังไงซะ แก่นของไอดอลก็ต้องเป็นคอนเสิร์ตนี่แหละนะ

ซาชิฮาระ: เป็นถ้อยคำที่น่ายินดีมากค่ะ

— ที่จริงในคิวชูทัวร์ตั้งแต่เดือนมกราคม นับตั้งแต่ตอนที่มีเซอร์ไพรซ์กะทันหันด้วยเพลง“the ☆peace” ของ Morning Musume ทางเราก็มีเรื่องอยากถามคุณมาตลอดเลยครับ เราเคยคาดการณ์เอาไว้ว่าถ้าคุณเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งเดือนมิถุนายน จะขอทำการสัมภาษณ์ทันที

ซาชิฮาระ : ใช่ค่ะ หนังสือพิมพ์ AKB ตั้งแต่คริสต์มาสปีที่แล้วก็ประมาณ 1 ปีแล้วสินะคะ

— เทียบกับผลงานด้านโทรทัศน์หรือวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์คงไม่ใช่งานถนัดสินะครับ

ซาชิฮาระ: ก็จริงที่ฉันไม่ค่อยถนัดการให้สัมภาษณ์นิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ค่ะ รู้สึกเข้ากันไม่ค่อยได้เท่าไร ถ้าเป็นแค่ข้อความตัวอักษร คนอ่านก็มักจะเดาสีหน้าหรืออารมณ์ที่พูดไปไม่ออก อาจจะมีการเข้าใจผิดกันขึ้นมาได้ ฉันเลยมักระวังตัวที่จะไม่พูดเรื่องที่ไม่ถนัดน่ะค่ะ (หัวเราะขื่น)

— เราไม่ค่อยยกยอใครหรอกนะครับ แม้สำหรับทางเราเองแล้วแล้วก็ถือว่าคุณไม่ใช่คนประเภทที่เข้าหาได้ง่ายนักหรอกครับ แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็เป็น MVPอย่างไร้ที่ติครับ

ซาชิฮาระ: ฉันดีใจจริงๆนะคะ อยากขอบคุณมากเลยค่ะ
— ที่ทางเราอยากรู้ที่สุดก็คือเรื่องโปรดักชั่นในคอนเสิร์ตครับ

ซาชิฮาระ: ตั้งแต่AKB48ทัวร์เมื่อหลายปีก่อน พวกรุ่นพี่ในAKB48ก็จะเข้าร่วมการประชุมเซ็ตลิสท์ด้วยนะคะ แต่คงไม่มีคนที่เกี่ยวข้องเต็มตัวหรอก

— เกี่ยวข้องกับโปรดักชั่นในคอนเสิร์ตมากแค่ไหนครับ

ซาชิฮาระ: ถ้าพูดแล้วเดี๋ยวจะยาวนะคะ แต่สมัยอยู่AKB48 พวกรุ่นพี่จะเป็นคนเลือกให้ ฉันไม่เคยได้เข้าร่วมหรอกค่ะ
จุดพลิกผันก็ตอนหน้าร้อนครั้งแรกหลังจากย้ายมาHKT48 มี “IDOL NATION”(วันที่11 ส.ค.2012 Yoyogi National Gymnasium) ตอนนั้นสตาฟฟ์เป็นคนเลือกค่ะ ในตอนนั้นเป็นงานที่ไม่ได้มีแค่แฟนของHKT48อย่างเดียวด้วย(ซัมเมอร์เฟส) เดิมที HKT48ก็ไม่มีเพลงของตัวเอง ก็เลยใช้เพลงของAKB48ไปค่ะ ฉันก็คิดอยู่นะคะว่า “เพลงมันก็ดีในตัวของมันอยู่แล้ว” แต่พอร้องไปแค่เพลงเดียว ฉันก็มีความรู้สึกที่ผิดแปลกไปจากที่เคยแล้วค่ะ มันไม่ใช่การออกความเห็นเฉยๆด้วยซ้ำ คือพอฉันลองแนะนำเพลงไปว่า “ทีนี้ก็ฟังเพลงนี้กันนะคะ “Kimi to niji to taiyou to”” ทั้งคอนก็เงียบฉี่เลยค่ะ พอเล่นจบแล้ว ในครั้งแรกที่ทุกคนรวมตัวกัน ฉันก็พูดไปอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ฉันไม่มีเรื่องจะพูดหรอกนะคะ แต่ฉันว่าเราน่าจะเลือกเพลงที่มันเข้ากับคอนเสิร์ตตอนนั้นหน่อยดีกว่า เลือกเพลงจากที่รักมักที่ชังของตัวเองแล้วมันพิลึกไปหน่อยนะคะ” ในตอนนั้นเป็นครั้งแรกเลยค่ะ ที่ฉันออกความเห็นในHKT48

–ในการทักทายครั้งแรกหลังจากย้ายทีม ก็เดาได้เลาๆถึงสีหน้าของเมมเบอร์แล้ว ตอนแรกมันไม่ใช่บรรยากาศของการที่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลยนะครับ การที่สามารถออกความเห็นในคอนเสิร์ตที่ตัวเองยึดมั่นและรักมาก ก็สมกับเป็นซัชชี่ดีนะครับ

ซาชิฮาระ: แล้วก็ นับตั้งแต่คอนเสิร์ตเดี่ยว “AKB48 Group Rinji Soukai “Shirokuro tsukeyou janai ka!〜”(2 เม.ย.2013) ที่ Nippon Budokan ฉันขอร้องเขาไปว่า “เฉพาะคอนเสิร์ตของไอดอลนี่แหละ ที่ฉันมีความมั่นใจจากการได้ดูมาตลอดตั้งแต่เด็กๆแล้ว ฉันขอเข้าร่วมด้วยได้รึเปล่าคะ?” ก็เลยได้ร่วมช่วยกันคิดกันสตาฟฟ์ค่ะ

— Nippon Budokan ที่4กรุ๊ปต่างต้องแสดงขับเคี่ยวกัน HKT48เตรียมตัวไวที่สุดเลย ผมยังจำได้ดีถึงเรื่องที่ซัชชี่แอบบอกไว้ตั้งสองเดือนก่อนว่า “พวกเราเคลื่อนไหวแล้วล่ะค่ะ มันต้องเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกมากแน่ๆ” พอได้เห็นเรื่องราวที่คุณเริ่มมีการเกี่ยวข้องการโปรดักชั่นตั้งแต่ตอนนั้น อากิโมโตะ ยาสุชิซังก็ยกให้คุณเป็นผู้จัดการเธียเตอร์ในบุโดกันใช่มั้ยล่ะครับ

ซาชิฮาระ: อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะคะ เพียงแต่ในเวลานั้น ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว พวกคุณสตาฟฟ์ของโตเกียวก็เป็นเสาหลักให้ด้วย ฉันมีความรู้สึกว่าพวกเขารับเอาความคิดเห็นของฉันไปคิดด้วยน่ะค่ะ

— คิดเอาไว้กระทั่งตำแหน่งของเมมเบอร์หรือท่าเต้นเพลงเลยมั้ยครับ

ซาชิฮาระ: เปล่าค่ะ พูดตามตรง ฉันไม่ได้ทำถึงขนาดนั้นหรอกนะคะ กระทั่งตอนนี้ฉันก็ค่อยได้ตัดสินใจเรื่องยูนิตด้วยซ้ำ

— กัปตันคนอื่นเหมือนจะเลือกเพลงยูนิตสินะครับ

ซาชิฮาระ : ถ้าการเกี่ยวข้องกับเพลงยูนิต เมมเบอร์จะมาบอกความต้องการกับฉันตรงๆเลยค่ะ พอเป็นแบบนี้แล้ว
ก็จะกลายเป็นว่า “จะต้องทำตามที่ทุกคนต้องการ” แล้วทีนี้ก็จะเลือกเพลงที่จะใช้ในคอนเสิร์ตรวมกรุ๊ปได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้น ฉันก็เลยจะเป็นคนเลือกเพลงทั้งหมดเป็นหลักค่ะ

— ตั้งแต่คิวชูทัวร์ครั้งแรก มีไอเดียเพิ่มพูนขึ้นมากมาย ก่อนอื่นก็ต้องเป็น “the ☆peace”ล่ะครับ

ซาชิฮาระ: นั่นน่ะ คำบ่นของอากิโมโตะซังเป็นคำบอกใบ้เลยล่ะค่ะ อากิโมโตะซังที่ไปดูคอนเสิร์ตของกรุ๊ปอื่นๆในเวลานั้นมาก็บอกว่า “ไม่ว่าแฟนจะวิพากษ์วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่ลองท้าทายด้วยการเล่นเพลงของไอดอลกรุ๊ปอื่นล่ะก็ มันจะไม่เป็นกระแสขึ้นมาหรอกนะ ถ้าทำแบบเดิมๆมันจะไม่มีความรู้สึกพิเศษขึ้นมาน่ะสิ”ฉันก็ตอบไปว่า “งี้นี่เอง ถ้างั้นเล่นเพลงของมอร์นิ่ง มุสุเมะก็แล้วกัน”

— นอกจากนี้ก็ยังได้ลองทั้งชิงช้าอากาศ ทั้ง PANTOMIME DANCEด้วยถุงมือส่องแสงที่ไม่มีใน48กรุ๊ปอื่นในตอนนี้เลยนะครับ

ซาชิฮาระ : นั่นเป็นไอเดียของผู้อำนวยการสร้างน่ะค่ะ ทั้งโนกิซากะ46 ทั้งAKB48ก็สามารถทำได้เหมือนกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าคอนเสิร์ตจะดีขึ้นได้ด้วยผู้อำนวยการสร้างแค่คนเดียวหรอกนะคะ แต่ฉันคิดว่าการโปรดักชั่นของผู้อำนวยการสร้างกับเซ็ตลิสท์ที่ฉันเป็นคนคิดเข้ากันได้ดีมากค่ะ

— ข้อดีของความเข้ากันได้ของพวกคุณสองคนสื่อออกมาได้ดีมากครับ มันต้องเป็นแก่นหลักที่สำคัญที่สุดของความสนุกสนานในคอนเสิร์ตHKT48แน่นอนใช่มั้ยล่ะครับ

ซาชิฮาระ: ผู้อำนวยการสร้างไม่ได้รู้จักเพลงทุกเพลงของ48กรุ๊ปหรอกค่ะ ก็เลยไม่ใช่คนที่เลือกเซ็ตลิสท์
ตัวอย่างเช่น ในตอนคอนเสิร์ตกลางแจ้ง Umi no Nakamichiตอนหน้าร้อน เขาถามฉันว่า “ครึ่งหลังอยากใส่เพลงที่มีกลิ่นอายของงานเทศกาลหน่อยน่ะ ไม่มีเพลงดีๆเลยเหรอ?”
ฉันก็ตอบว่า “มีเพลงKoi no Onawaค่ะ” จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีสตาฟฟ์เฉพาะทางด้านการคิดเพลงเลยค่ะ

–ขุดเพลงดังที่ซุกซ่อนไว้ขึ้นมาสินะครับ

ซาชิฮาระ: เรื่องนี้เท่านั้นแหละค่ะที่ฉันบอกใครๆได้อย่างไม่มีลังเล ฉันฟังเพลงเยอะมากๆเลยนะคะ ฉันฟังเพลงของ48กรุ๊ปทุกวันๆมาตลอด ฟังมากกว่าใครซะอีกค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อการเลือกเซ็ตลิสท์เท่านั้นนะคะ แต่เพราะเดิมทีแล้วฉันรักเพลงของ48กรุ๊ปที่สุดเลย ก็นะ ก็เพราะฉันเป็นอดีตโอตะAKB48นี่นา (หัวเราะ) ในจำนวนเกินกว่า 1000 เพลง มีทั้งเพลงดีๆ แล้วก็เพลงที่น่าเสียดายอยู่เต็มไปหมดเลยล่ะค่ะ “Rock da yo, Jinsei wa..”ก็ด้วย ตั้งแต่ตอนที่เล่นเพลงนี้ใน THEATER G-ROSSO โคเอ็นสมัยAKB48ยุคเก่านานมาแล้ว (เดือน6-10ปี2009)
ฉันก็คิดว่า “เพลงนี้คึกคักดี น่าเสียดายจัง” ฃ่วงบุโดกันที่สามารถเลือกเซ็ตลิสท์กับเขาได้แล้ว ฉันก็เสนอไปว่า “ถ้าเล่นเพลงนี้ล่ะก็ คนดูต้องสนุกแน่นอน”

— สิ่งล้ำค่าที่ซุกซ่อนไว้ในคิวชูทัวร์ก็คือ เด็กที่มีความสามารถในการร้องเพลง ต่อให้เป็นเคงคิวเซย์ก็ได้ร้องเพลงโซโล่ในคอนเสิร์ตแต่ละที่ด้วย

ซาชิฮาระ: มันเป็นโปรเจ็คท์ที่อยากทำน่ะค่ะ ตอนนั้นทุกคนมุ่งเป้าไปที่คอนเสิร์ตที่มีจุดเด่นที่เรื่องอะไรสักอย่าง
ตอนนี้ฉันสามารถเลือกลำดับเพลงได้โดยไม่ต้องคิดใจดีอะไรได้ แต่ตอนที่เริ่มทำครั้งแรกสุด ฉันเคยคิดไว้ว่า “ยังไงก็มอบโอกาสให้ทุกคนเลยก็แล้วกัน” แต่ตอนนี้ผู้อำนวยการสร้างบอกฉันว่า “ไม่มีเวลาว่างพอจะทำเรื่องแบบนั้นหรอกนะ ทำไม่ได้หรอก” ก็เลยต้องเปลี่ยนค่ะ

–เป็นโปรเจ็คท์ที่สดใหม่มากครับ จากคิวชูทัวร์ก็ไปเป็นอารีน่าบ้าง ทัวร์ทั่วประเทศบ้าง สัดส่วนขยายใหญ่มากขึ้นแล้วสินะครับ

ซาชิฮาระ: เข้าใจถ่องแท้มากเลยนะคะ เรื่องนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีๆอยู่หรอกค่ะ แต่ทำต่ออย่างที่คิดไม่ได้เลยค่ะ
ผู้อำนวยการสร้างบอกว่า “ผมไม่สามารถทำให้ผู้ชมที่มาดูคอนเป็นครั้งแรกจำชื่อเมมเบอร์ทั้งหมดได้หรอกนะ จะต้องมีคนเด่นอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นแหละ มีแต่ต้องพยายามจากจุดนั้นเท่านั้น อย่างเช่น ให้คนสนใจที่มิยาวากิ ซากุระ แล้วก็เริ่มไปสนใจคนอื่นๆต่อด้วย” มันก็สมเหตุสมผลในระดับหนึ่งค่ะ มันก็จริงนะคะ เมื่อคิดว่าจะต้องทำให้ทุกคนโดดเด่นเท่ากันหมด ทีนี้ไม่ว่าเราจะทำยังไง ความรู้สึกประทับใจที่ผู้ชมได้รับมันก็จะเบาบางเกินไปค่ะ สมมติว่าถ้ามีคิวชูทัวร์อีกครั้งฉันก็อยากผลักดันโปรเจ็คท์นั้นให้ได้หรอกค่ะ แต่เข้าใจดีว่าในระดับทั่วประเทศแล้วมันทำไม่ได้จริงๆ


“เรียนรู้จากการเฝ้ามองคู่แข่ง!!”


–ผ่านการลองผิดลองถูกมาสินะครับ เราเองก็ได้สนุกสนานกับไอเดียที่ไม่จบไม่สิ้นมาตลอด 1ปี

ซาชิฮาระ: ฉันดีใจมากเลยค่ะที่สตาฟฟ์บอกว่า “HKT48พยายามอย่างสุดชีวิต ก็ทำให้เราอยากคิดให้มากกว่านี้ด้วย ทำให้ต้องทำให้ได้มากกว่านี้เหมือนกัน” เรื่องความเร่าร้อนในคอนเสิร์ต ฉันคิดว่า HKT48คือที่สุดแล้วล่ะค่ะ ฉันดูDVDไลฟ์ของศิลปินอื่นๆมามากมายเพื่อการวิจัย ฉันมีความมั่นในการใช้เวลาและแรงงานทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นนะคะ

–ในกรุ๊ปอื่น มีเมมเบอร์คนไหนที่รู้สึกสนใจอยู่มั้ยครับ

ซาชิฮาระ: (มัตสึอิ) เรนะบอกฉันว่า “อยากดูของHKT48ด้วย” คอนเสิร์ตของAKB48 ฉันก็ได้รับเทปมาดูนะคะ
มันมีความแตกต่างกันลิบลับระหว่างการเรียนรู้และไม่เรียน แล้วก็เมมเบอร์ที่เสนอนั่นนี่ขึ้นมา ฉันก็มักจะให้ทำตามที่เขาต้องการอยู่เสมอค่ะ รับฟังความเห็นอย่างเช่น “ฉันอยากเล่นเพลงยูนิตนั้น!” อะไรแบบนี้ ฉันก็จะปรับให้ จะทำตามความประสงค์ของแฟนๆ หรือจะเป็นคอนเสิร์ตที่เอาเมมเบอร์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ตรงนั้นแหละค่ะคือความแตกต่าง

–ความสุดยอดของซัชชี่คือจุดที่สามารถรื้อสิ่งต่างๆอย่างมืออาชีพนี่แหละ ไม่ใช่ตามความชอบของตัวเอง แต่ยึดที่การส่งความบันเทิงให้กับแฟนๆเหนือสิ่งอื่นใด

ซาชิฮาระ: อย่างเช่น “Heavy Rotation” ทำให้คึกคักได้แน่ๆ ฉันก็ใส่เข้าไปด้วยค่ะ มันต่างจากเพลงที่อยากเล่นกับเพลงที่แฟนๆอยากฟังสินะคะ

— เห็นเมื่อก่อนคิดว่ากุญแจแห่งการประสบความสำเร็จอยู่ที่เมมเบอร์แสดงไลฟ์ได้อย่างสนุกสนาน แต่เมื่อHKT48แสดงสภาวการณ์ใหม่ๆให้ได้เห็น คุณก็เลยรู้ตัวว่านั่นเป็นตรรกะที่ตื้นเขินมาก

ซาชิฮาระ: ในHKT48จะไม่รับฟังความเห็นของเมมเบอร์เลยค่ะ เพราะไม่ว่าใครต่างก็ออกไอเดียที่คิดถึงตัวเองมากกว่าทีมทั้งนั้น เราจะยอมให้อารมณ์พาเราตามน้ำไปไม่ได้เด็ดขาด


“ปี 2015 จำเป็นต้องชาร์จพลัง”


–จบปี2014ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียแค่นี้ แล้วมองไกลไปยังปี2015

ซาชิฮาระ: ยังไม่ได้กำหนดหรอกนะคะ แต่เราอาจจำเป็นต้องการเวลาสำหรับการตุนพลังสักหน่อย แทนที่จะเล่นคอนเสิร์ต 2 ปีติดต่อกันต่อไป

— ถ้ามองจากซัชชี่ เมมเบอร์ HKT48ตอนนี้เป็นยังไง

ซาชิฮาระ: อืมมม อาจด้วยอิทธิพลของฉัน ทุกคนมองโลกในแง่ความเป็นจริงอย่างประหลาดพิกลค่ะ
อย่างเช่น ในรายการวาไรตี้ AKB48 นิชิโนะ มิกิจังเป็นคนตลกในสัญชาตญาณเลยนะคะ เด็กๆ HKT48มีแต่เด็กที่ใช้ความคิดทั้งนั้น เอาที่ตลกโดยบริสุทธิ์ก็มีแค่ประมาณนาโกะคนเดียว ทุกคนมีความรู้สึกสุขเศร้าต่อสิ่งต่างๆ ลดน้อยถอยลง ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไง แต่หัวใจก็ยังแข็งแกร่ง จุดนั้นแหละที่คงจะเป็นความผิดฉันเอง

–โคดามะ ฮารุกะที่เดี๋ยวนี้การแสดงบนเวทีเลเวลอัพขึ้นเยอะเป็นพิเศษล่ะ

ซาชิฮาระ: ใน 1 ปีนี้เธอเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดเลยค่ะ เพราะเป็นตอนนี้แล้วก็เลยพูดได้น่ะแหละ
แต่ตอนแรกหลังจากที่เมรุได้เป็นเซนเตอร์แล้ว เจ้าตัวก็เคยมีช่วงเวลาที่ร้อนรนและหันเหไปสู่การฉายเดี่ยวแทนเหมือนกันค่ะแต่ว่าเมื่อได้ควบทีมกับ AKB48 ได้เห็นแผ่นหลังของรุ่นพี่จากแถวหลังในฐานะรุ่นน้อง วิสัยทัศน์ก็เปิดกว้างขึ้น สามารถคิดเรื่องของทีมมาเป็นอันดับหนึ่ง เธอเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่ดีจริงๆค่ะ

— มิยาวากิ ซากุระล่ะ

ซาชิฮาระ: เดิมทีเธอเป็นเด็กที่แข็งแกร่งอยู่แล้วนะคะ แต่ก็เคยร้องไห้อย่างเด็กผู้หญิงธรรมดาทั่วไปเหมือนกัน
แต่ว่า อาจจะเหมือนการโฆษณาไปนิด (หัวเราะขื่น) แต่เธออ่าน “พลังพลิกผัน” แล้วก็บอกฉันว่าความคิดแง่ลบเปลี่ยนไปแล้วล่ะ ด้วยล่ะค่ะ

— “พลังพลิกผัน” มีเนื้อหาที่เปิดแง่คิดใหม่ๆด้วยนะครับ เป็นหนังสืออ้างอิงที่เมมเบอร์ทุกคนควรอ่านนะครับ

ซาชิฮาระ: เพราะแค่ได้ MVP วันนี้ก็โดนชมไม่หยุดอย่างแทบไม่เคยมีแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะเขิน) ที่จริงหนังสือก็มุ่งเป้าไปที่เมมเบอร์นั่นแหละค่ะ ฉันเอง ตอนแรกก็มองโลกแง่ร้ายเหมือนกัน แต่พอคิดว่าอยากเปลี่ยนความคิดตัวเองให้ได้
ก็เลยมีนิสัยมองโลกแง่ดีแล้วล่ะค่ะ เข้าใจเรื่องพวกนักวางกลยุทธ์ เจ้าอุบายอะไรพวกนี้แล้วด้วยสิ (หัวเราะสิ)

— ไม่บอกชื่อจริงหรอกนะครับ แต่ในหมู่เพื่อนหลายคนก็จะคอยเอาใจใส่คนอื่น เอาตัวเองเป็นน้ำมันหล่อลื่น
ผมไม่คิดว่ามันเป็นอุบายอะไร ที่คุณเอาตัวเองไปเข้าถ้ำเสือหรอกนะ

ซาชิฮาระ: ถึงจะมีคนว่าอะไรมากมาย แต่ฉันเป็นแต่มนุษย์ใจดีธรรมดาทั่วไปนะคะ (หัวเราะ)

–เอาล่ะ กลับมาเรื่องเดิม ย้ายมาHKT48แล้ว ทำยังไงถึงได้มีการดำรงอยู่ที่คอยฉุดดึงเมมเบอร์อย่างเช่นทุกวันนี้ได้ครับ

ซาชิฮาระ: เพราะทุกคนต้อนรับฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆว่า “เรามาพยายามด้วยกันเถอะ” ไงล่ะคะ มีคนคอยถามฉันเยอะมากว่า “MCจะทำยังไงดีล่ะ”

— ความสามารถด้าน MC สมแล้วล่ะครับ ความสามารถด้านMCของนัตสึมิคังล่ะ

ซาชิฮาระ:สุดยอดเลยค่ะ! ถึงจะไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไร แต่สุดยอดเลย ตลกด้วย ถึงนิสัยจะผิดเพี้ยนไปบ้างแต่เกลียดไม่ลง ตอนนี้เธอพรากจากมือฉันไปแล้วล่ะค่ะ อีกคนหนึ่ง ถ้าเป็นเรื่อง MC ได้ล่ะก็
ต้องเป็นนัตสึ (มัตสึโอกะ นัตสึมิ) คาดหวังความพยายามของนัตสึได้เลยค่ะ

— Imomu-chu!ล่ะ

ซาชิฮาระ: มุกวงในก็ทำให้หัวเราะได้อยู่หรอกนะคะ แต่เมื่อเป็นHKT48ทั้งวง จะต้องทำให้มันเป็นวงกว้างกว่านี้อีก นัตสึมิคังนั่นแหละค่ะ วงกว้างจริงๆ

–ตั้งแต่เป็นทัวร์ทั่วประเทศ ก็มีโปรเจ็คท์ที่จะโดดเด่นด้วยการเต้นเหมือนกันสินะครับ

ซาชิฮาระ: อากิโมโตะซังที่ดูไมฮามะโคเอ็นไปก็บอกว่า “ก็ดีนะ แต่ว่า “ความมุ่งมั่น”ของพวกเธอยังต่ำอยู่
มุ่งเป้าไปที่100แต้มแล้วได้40 ยังดีกว่ามุ่งเป้าไปที่80แล้วได้60ซะอีกนะ” แล้วเขาก็ชมที่ดึงเพลงเก่าๆออกมาใช้ด้วยค่ะ แต่ว่าในเวลาเดียวกันการท้าทายสิ่งใหม่อยู่เป็นประจำก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกันสินะคะ


“เปลี่ยนแปลงไปเพราะยูโกะจบการศึกษา”


–ในฐานะMVPประจำปี เราก็จะขอให้ย้อนมองปี2014 หนึ่งปีเต็ม ก่อนอื่นก็เรื่องชัฟเฟิลครั้งใหญ่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ครับ

ซาชิฮาระ: สำหรับพวกเราแล้ว มันเกิดขึ้นหลังจากเรามีการเปลี่ยนคลาสครั้งแรกภายในHKT48ทันทีเลยค่ะ
การเปลี่ยนคลาสนั้น พวกผู้ใหญ่เป็นคนตัดสินแล้วก็บอกให้ฉันรู้ว่า “ไปประกาศเรื่องนี้ที” ทีม H ที่อยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งได้รับความนิยมก็จริงค่ะ แต่ความสามารถที่แท้จริงของเราถึงทางตันเพราะกลืนกันไปหมด ไม่มีเอกลักษณ์เลย เคงคิวเซย์โคเอ็นมีชื่อเสียงร่ำลือก็ดีนะคะ แต่เล่นแต่มุกวงในอย่างเดียว ฉันคิดว่ามันจำเป็นสำหรับการปรากฏตัวสู่ทั่วประเทศด้วยกันหมดทุกคนค่ะ การย้ายทีมของจิโยริกับทานิในการชัฟเฟิลครั้งใหญ่เป็นอะไรที่ตกตะลึงมากจริงๆ

–ทั้งสองคนต่างก็มีบทบาทยังทีมที่ย้ายไปนะครับ

ซาชิฮาระ: ทานิที่ตอนแรกฉันเคยกังวลนี่ประสบความสำเร็จสุดๆเลยค่ะ ถึงจะยังไม่เปรี้ยงเท่าทานิ แต่จิโยริก็พยายามอยู่เหมือนกัน ฉันคาดหวังในตัวเธอนะคะ

–มีการจบการศึกษาของโอชิมะ ยูโกะซังด้วย

ซาชิฮาระ: เพราะเธอไม่อยู่แล้วยังไงซะก็เราก็เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆน่ะแหละค่ะ ยูโกะจังจะคอยสร้างความตลกขบขัน สนุกสนานในห้องแต่งตัวด้วย ช่องว่างของรุ่นพี่ที่พึ่งพาได้จะหายไปมันเป็นช่องว่างที่กว้างใหญ่จริงๆ อย่างเช่น ในการแถลงข่าว ทาคามินะซังจะเป็นคนพูดสรุป ยูโกะจังจะเป็นคนพูดถ้อยคำที่ถูกใช้เป็นพาดหัวข่าวน่ะค่ะ เด็กส่วนใหญ่ตอนนี้พูดแต่เรื่องธรรมดาทั่วไปก็เลยสื่อส่งไปถึงผู้คนได้ยาก ยูโกะจังจะเป็นคนที่คิดไว้ล่วงหน้าและพูดคำที่โดดเด่นจับประเด็นง่ายออกมาค่ะ ยังมีเด็กที่ไม่รู้สึกตัวถึงแรงทุ่มเทเหล่านั้นอยู่เยอะมาก เป็นความทุกข์ใจอันใหญ่หลวงสำหรับAKB48กรุ๊ปในตอนนี้เลยค่ะ ส่วนตัวฉันแล้ว กระทั่งตอนนี้มันก็ยังนำพาความเหงามาให้นะคะ ถึงแม้จะเข้าใจว่ามันไม่ดี แต่ฉันรู้สึกเหงาจริงๆ….

–เลือกตั้งได้อันดับ 2 แต่ก่อนจะถึงวันนับคะแนนรู้สึกเหมือนคุณพยายามสร้างความคึกคักอย่างโดดเดี่ยวเลยนะครับ

ซาชิฮาระ: ก็ใช่น่ะสิคะ ฉันเป็นคนพูดเองก็เถอะ แต่ตัวฉันในตอนนั้นน่าสงสารเกินไปแล้ว(หัวเราะขื่น) การเลือกตั้งที่ไม่มีทั้งอัตจังทั้งยูโกะจัง ถ้าไม่พยายามสร้างความคึกคักอย่างสุดชีวิต คือจะว่าฉันรับบทเป็นตัวร้ายเองเลยก็ได้ ก็ถ้าไม่ให้เกิดสภาวะขัดแย้งขึ้นมาล่ะก็ มันจะไม่เป็นกระแสน่ะสิคะ เลยพยายามสุดชีวิตเลย

–ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากจริงๆ นี่ก็ถึงเวลาแล้ว ขอคำถามสุดท้าย ซัชชี่ผู้มีพลังพลิกผัน ในเวลาที่จิตตกอย่างที่สุดของปีนี้ ช่วยเล่าเรื่องที่พลิกกลับมาได้ในนัดเดียวให้เราฟังหน่อยครับ

ซาชิฮาระ : ตอนที่ทำพลาดในการถ่ายทอดสด3 gen douji chuukei liveเมื่อเร็วๆนี้น่ะค่ะ (ไลฟ์เมื่อ19พ.ย.)
ฉันกับทาคามินะซังค้านกันว่า “เราต้องเละเทะแล้วก็ทำพลาดแน่ๆ” แต่เขากลับฝืนเราว่า “ไม่เป็นไรหรอก” แล้วพอลองทำดูก็เป็นไปตามคาด…หลังจากไลฟ์จบ ฉันก็คุยกับสตาฟฟ์ไปร้องไห้ไปค่ะ ทีนี้ (ทานากะ) มิคุก็เข้ามาหาแล้วมาจุ๊บฉันค่ะ บอกว่า “น่ารักจัง” ฉันรู้สึกดีขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น แล้วพอหันไปหา มันไม่ใช่จุ๊บค่ะ เธอถุยน้ำลายใส่! ครั้งแรกในชีวิตนี่แหละค่ะที่โดนคนอื่นถุยน้ำลายใส่ พอฉันบอกว่า “เมื่อกี้ถุยน้ำลายใส่ใช่มั้ย” เธอก็ยิ้มตอบว่า “อื้อ♡” เป็นวิธีปลอบใจที่น่าตะลึงจริงๆ สุดยอดเลยใช่มั้ยคะ (หัวเราะ) ปกติแล้วเราคงไปถุยน้ำลายใส่หน้ารุ่นพี่ไม่ได้หรอก ด้วยความตลกและความน่ารักนั่นปัดเป่าเรื่องไม่ชอบใจจนปลิวหายไปเลยค่ะ พลังการแสดงออกทางความคิดของพวกนาโกะมิคุนั้น หลังจากนี้ฉันก็เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเชียวล่ะค่ะ

–ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสนุกๆมากครับ

ซาชิฮาระ: เรียกฉันมาอีกนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ

 


AKB48 newspaper Dec 2014 issue
https://twishort.com/kLthc

Advertisements