“ความเป็น SKE48 ที่ต้องสืบทอดต่อไปคืออะไร….!?”

มัตสึอิ เรนะผู้ผลักดัน SKE48 ในฐานะเสาหลักมาเป็นเวลา 7 ปีตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง สิ่งที่เธอสร้างขึ้นและอยากให้ SKE48 รุ่นหลังแบกรับต่อไปคืออะไรกัน…. ทั้งมิยาซาวะ ซาเอะและโอบะ มินะผู้เข้าใจ SKE48 จากภายนอกจะบอกเล่าความเป็น SKE48 ที่พวกเธอไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงไป

โอบะ มินะ “เรนะซัง ยินดีด้วยที่จบการศึกษานะคะ ฉันชื่นชมเรนะซังผู้งดงามมาตลอดเลย รักที่สุดเลยค่ะ
จากนี้ก็กรุณาเรียกฉันว่ารุนจังเหมือนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดไปเลยนะคะ!”

มิยาซาวะ ซาเอะ “ยินดีด้วยนะที่จบการศึกษา!!! ไว้หลังจบไปแล้ว เรามาเจอกันอีกในที่อื่น ๆ ด้วยนะ สัญญาเลย”


สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง, สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไป

“เรื่องเต้นห้ามไปดูเรนะเด็ดขาดเลย (ฮา)”


―ก่อนอื่นก็อยากฟังเรื่องราวการพบกับมัตสึอิซังของทั้งสองคนหน่อยนะครับ

ซาเอะ: ฉันเจอเค้าที่งานจับมือที่ซันไชน์ซิตี้ ก่อนหน้าที่โคเอ็นเธียเตอร์จะเริ่มแสดงน่ะค่ะ เค้าชอบโทจิมะ ฮานะจังซึ่งตอนนี้จบการศึกษาไปแล้ว เค้าก็เลยเข้าไปคุยกับเธอแบบเอาเป็นเอาตายเลยล่ะค่ะ ถ้าเป็นเรนะตอนนี้ เราคงจินตนาการไม่ออกแน่ ๆ (หัวเราะ)

เรนะ: จำไม่ได้อ่ะค่ะ (หัวเราะ) แต่คงเป็นเพราะฉันชอบโทจิมะซังมากจริง ๆ ในฐานะแฟนคลับก็เลยทนอยู่เฉยไม่ได้
ที่ฉันจำซาเอะจังได้ก็เป็นตอนที่แสดงเพลง “10 nen sakura” พอฉันใส่พลังฮึดให้ตัวเองที่หลังเวทีว่า “เอาล่ะ! สู้” ซาเอะจังก็มาบอกว่า “ยังผูกกันไม่เรียบร้อยเลยนะ” แล้วก็มาช่วยผูกโบว์ให้ใหม่ค่ะ ตอนนี้ยังจำอารมณ์คึกคักของตัวเองที่ว่า “โดนมิยาซาวะซังสัมผัสตัวเข้าแล้วสิ ทำไงดี” ได้อยู่เลย

―แล้วโอบะซังล่ะครับ?

มินะรุน: คิดว่าเป็นตอน MV เพลง “Utsukushii Inazuma” นะคะ

ซาเอะ: เอ๊ะ? ไม่นานนี้เองนี่หว่า (หัวเราะ)

เรนะ: เพราะนิสัยเราสองคนเป็นพวกเข้าไปทักคนอื่นก่อนไม่ค่อยได้น่ะ…. พวกชูริ (ทาคายานางิ อากาเนะ) หรือพวกเมมเบอร์ทีม KII จะสนิทกับรุนจังอยู่ก่อนแล้วค่ะ พอฉันเห็นเค้า ฉันก็คิดว่า “คนที่สนิทสนมกับเมมเบอร์ได้ขนาดนี้ ต้องเป็นคนดีแหง ๆ เลย!” ก็เลยเข้าไปคุยด้วยค่ะ (หัวเราะ)

―มัตสึอิซังในตอนนี้ ถ้ามองในมุมของมิยาซาวะซังแล้ว คิดว่าเธอเป็นยังไงครับ?

ซาเอะ: ฉันไม่คิดว่าเค้าเป็นรุ่นน้องอีกแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ) อันดับในการเลือกตั้งก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ นับถือจากใจเลยล่ะค่ะว่าเค้าสุดยอดมากจริง ๆ

เรนะ: ดีใจอ่ะ! ขอบคุณมากนะคะ ซาเอะจังเป็นรุ่นพี่ที่ฉันรักมากจริง ๆนะ โดยเฉพาะ ซาเอะจังในเพลง “Yuuhi wo Miteiruka?” ฉันชอบเค้ามากจนดูเอ็มวีเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้ตั้งกี่รอบ สำหรับฉันแล้ว ไม่ว่าเมื่อไร เค้าก็คือรุ่นพี่ที่ฉันชื่นชมค่ะ

―ภาพของมัตสึอิซังเวลาได้ยืนอยู่บนเวทีเดียวกัน เป็นยังไงบ้างครับ?

ซาเอะ: ก่อนหน้านี้เราได้ขึ้นโคเอ็นวันเกิดจูรินะด้วยกันนะคะ

เรนะ: ตอนนั้นฉันเต้นผิดด้วยล่ะค่ะ ฉันชอบการแสดงบนเวทีของซาเอะจังมาก ๆ พอได้เต้นด้วยกันก็เผลอคิดว่า “ซาเอะจังเจ๋งไปเลย!” แล้วตัวเองก็เต้นผิดค่ะ (หัวเราะ)

ซาเอะ: เหรอ (หัวเราะ) แต่ฉันก็ชอบการแสดงบนเวทีของเรนะเหมือนกันนะ เรนะเป็นคนที่จะพยายามสื่อส่งความรู้สึกบนเวทีของตัวเองไปให้ผู้ชมอย่างตรงไปตรงมา หลายครั้งที่ฉันเข้าไปใกล้ ๆ เค้า แล้วอยากจะสบตาสักหน่อย แต่เรนะเล่นมองไปทางที่นั่งคนดูอย่างเดียวเลย เราเลยไม่เคยได้สบตากันเลยค่ะ (หัวเราะ)

―แล้วโอบะซังคิดยังไงบ้างครับ?

มินะรุน: ที่จำได้ก็เป็นเพลง “Escape” ตอนนาโกย่าโดมวันที่สองน่ะค่ะ เรนะซังเต้นอยู่ข้างหน้าฉัน แล้วจู่ ๆ เค้าก็เริ่มเต้นท่าตรงกันข้ามกับคนอื่นเฉยเลย (หัวเราะ)

เรนะ: ตอนนั้นฉันไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ นะคะ เรื่องท่าเต้นนี่ห้ามมาดูฉันเด็ดขาดเลย โดยเฉพาะเพลง “Escape” (หัวเราะ)

ซาเอะ: พวกเราใช้เรนะเป็นเกณฑ์วัดความยากง่ายของท่าเต้นกันด้วยนะ แบบ “ถ้าเรนะเต้นได้ เราก็เต้นกันได้ล่ะน่า” อะไรงี้ (หัวเราะ)

เรนะ: ตอนที่ (คิตากาวะ) เรียวฮะบอกฉันว่า “จำท่าเต้นไม่ได้เลยค่ะ” ฉันก็ปลอบเธอไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันยังทำได้เลย เธอก็ต้องทำได้เหมือนกันน่า” (หัวเราะ)

―ท่าเต้นในเพลงใหม่เป็นยังไงบ้างครับ?

ซาเอะ: ตอนที่ถ่ายเอ็มวีก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?

เรนะ: ก็อาจารย์มากิโนะ อันนะ (อาจารย์สอนเต้น ) เล่นมองพวกเราอยู่ข้างหน้าตลอดเลยนี่นา

ซาเอะ: รู้สึกตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยเนอะ

เรนะ: แต่อาจารย์อันนะก็มองตอนพวกเราเต้นกัน ดูท่าทางดีใจสุด ๆ ไปเลยนะ ฉันก็ดีใจที่เห็นเค้ายิ้ม ฉันเลยเต้นผิดเลยค่ะ (หัวเราะ)


“จงรัก SKE48 ให้เท่ากับที่เรนะรัก”


―อยากถามทั้งสองคนเกี่ยวกับจุดอ่อนและจุดแข็งของมัตสึอิซังสักหน่อยครับ

ซาเอะ: เวลาโดนคนอื่นชม เค้าจะไปไม่เป็นค่ะ (หัวเราะ) จู่ ๆ หน้าก็แดงก่ำขึ้นมาเลย พอฉันจะถ่ายรูปเรนะทีไร เค้าก็วิ่งหนีไปจริง ๆ เลยนะคะ เป็นคนขี้อายมาก

เรนะ: พอโดนชมแล้วรู้สึกทำอะไรไม่ถูกน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบกลับไปว่าอะไรดี

―แล้วโอบะซังคิดยังไงบ้างครับ?

มินะรุน: จิตสำนึกสูงส่งมากค่ะ! เวลาทุกคนเหลาะแหละกัน มีแต่เรนะซังคนเดียวที่แข็งแรงฟิตปั๋ง สื่อความรู้สึกมาถึงพวกเราว่า “เอาล่ะนะเว้ย!” ฉันก็เลยคิดว่าเธอเจ๋งมากจริง ๆ

เรนะ: ฉันเกลียดการทำตัวเหลาะแหละที่สุดเลยค่ะ ถึงฉันจะไม่ค่อยพูดอะไรในตอนนั้นก็เถอะ แต่ฉันจะเปล่งออร่าออกไปให้คนอื่นรู้สึกตัวว่า “ตั้งใจทำกันหน่อยสิ”

มินะรุน: มีครั้งหนึ่ง ตอนงาน RH ของ AKB48 เค้าเคยพูดคำนี้ออกมาจากปากต่อหน้าทุกคนด้วยนะคะ ฉันตกใจสุด ๆ เลย พวก SKE48 เลยต้องพากันส่งเสียง “โอ้!” (หัวเราะ)

ซาเอะ: ฉันก็จำได้! พวกฝั่ง AKB48 ก็พากันพึมพำใหญ่ว่า “เฮ้ย เรนะคนนั้นเป็นคนพูดด้วยอ่ะ” (หัวเราะ)

เรนะ: คนที่ถ้าทำไม่ได้แล้วต้องอับอายก็คือตัวเรานี่นา แถมยังเป็นการเสียมารยาทต่อแฟน ๆ แล้วก็สตาฟฟ์ด้วย
การทำให้เวทีที่พวกเค้าอุตส่าห์เตรียมการมาต้องสูญเปล่า ยังไงก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ และเพราะฉันรัก AKB48 มาก ฉันก็เลยไม่อยากให้คนอื่นมอง AKB48 ไม่ดีน่ะค่ะ

―มัตสึอิซังจะจบการศึกษาในสิ้นเดือนสิงหาคมแล้ว มีอะไรที่อยากจะบอกกับเมมเบอร์ที่เหลืออยู่มั้ยครับ?

เรนะ: สิ่งที่อยากให้เมมเบอร์ตระหนักมากที่สุดก็คือ เรื่องที่ว่า ตัวเราเองก็เป็นคนหนึ่งในผู้ที่สร้าง SKE48 ขึ้นมานั่นแหละค่ะ ยิ่งกับการเป็นรุ่นน้องด้วยแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ต้องคอยตามรุ่นพี่มาจากข้างหลังก็จริง แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวหรอก พวกเราทุกคนต่างเป็นหนึ่งในสมาชิกของ SKE48 นะ ในทางกลับกัน พวกเค้าด้วยซ้ำที่จะเป็นคนสร้าง SKE48 ขึ้นมาในอนาคต

―อย่างนี้นี่เองนะครับ

เรนะ: การ “สร้าง” เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการนะคะ แต่เพราะมีความยากลำบากเหล่านั้นอยู่นั่นแหละ ทำให้เวลาที่เราทำอะไรได้ดีไปทีละอย่างสองอย่าง มันก็ยิ่งทำให้เราดีใจมากขึ้นเป็น 2 – 3 เท่าเลยนะ เพราะฉะนั้น ฉันก็เลยอยากให้ทุกคนตระหนักให้มากกว่านี้อีกเยอะ ๆ ว่า พวกเค้าต่างเป็นศูนย์กลางที่คอยสร้าง SKE48 อยู่ในตอนนี้

―แล้วทั้งสองคนคิดยังไงบ้างครับ?

ซาเอะ: ฉันเพิ่งมาเห็นเรนะใกล้ ๆ ก็ตอนเข้า SKE48 นี่เองค่ะ สิ่งที่รู้สึกได้ก็คือ เรนะเป็นคนที่ร้อนแรงและรัก SKE48 มากจริง ๆ การพูดว่า “รัก SKE48” ด้วยปากอาจจะเป็นเรื่องง่าย แต่คนที่แสดงออกด้วยการกระทำเป็นอย่างดีก็คือ เรนะ นั่นแหละค่ะ ฉันอยากให้พวกรุ่นน้องมีความรักอันแรงกล้าได้เทียบเท่ากับที่เค้ามีจริง ๆ นะ ถ้ามีเด็กแบบนั้นเยอะขึ้น SKE48 ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะค่ะ เรนะอาจจะเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่กระทั่งคนที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างเรนะมีความรักให้กับ SKE48 ขนาดนี้ มันก็เลยทำให้เค้าขึ้นมาถึงระดับนี้ได้นะ ฉันว่าเรนะเป็นตัวอย่างให้กับทุกคนได้ดีเชียวล่ะ

―โอบะซังคิดว่ายังไงบ้างครับ?

มินะรุน: เรนะซังเคยบอกกับฉันครั้งหนึ่งค่ะ ว่า “คนมากมายที่มายังเลนของรุนจังในงานจับมือคือหลักฐานความพยายามของรุนจังนะ” ฉันดีใจกับคำพูดของเค้ามาก และมันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวฉันด้วย เหลืออีกเดือนเดียว เค้าก็จะจบการศึกษาแล้วก็จริง แต่ฉันตั้งใจจะฟังทุกถ้อยคำของเรนะซังไม่ให้ตกหล่น แล้วก็อยากให้รุ่นน้องทำตามนั้นด้วยเหมือนกันค่ะ มันต้องมีคำใบ้อะไรบางอย่างในถ้อยคำของเค้าอย่างแน่นอนเลย

―สุดท้ายแล้ว ขอให้มัตสึอิซังกล่าวอะไรกับรุ่นน้องและแฟน ๆ หน่อยนะครับ

เรนะ: ฉันไม่อยากให้เมมเบอร์กลัวการพุ่งชนค่ะ เพราะฉันคิดว่า มันมีอะไรมากมายที่เกิดขึ้นจากการพุ่งชนกันระหว่างความรู้สึกและความรู้สึก แล้วก็อยากให้แฟน ๆ ทุกคนเฝ้ามอง SKE48 ซึ่งกุมความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดจากเมมเบอร์หน้าใหม่ที่เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วย ตัวฉันเองก็เฝ้ารอสนุกกับมันอยู่เหมือนกันนะคะ


ENTAME 2015.09
https://twishort.com/Y3Iic

Advertisements