“ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับตัวเองให้มากขึ้น
เพื่อมุ่งสู่การต่อสู้ที่แท้จริงของมัตสึอิ เรนะ”

 

เธอดูราวกับเป็นเด็กสาวมหาลัยสายอักษรศาสตร์ ถือกล้องเอาไว้ในมือข้างหนึ่งและเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในย่านดาวน์ทาวน์ภายใต้ท้องฟ้าแสนสดใส

ภายใต้ท้องฟ้าของโตเกียวอันเจิดจ้า เธอเดินแวะเวียนร้านขนมบ้าง เลียบเลาะตามตรอกซอกซอยบ้าง

วันนี้มัตสึอิ เรนะดูราวกับเป็นเด็กสาวมหาลัยสายอักษรศาสตร์ที่กำลังเดินเล่นอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ถือกล้องเอาไว้ในมือข้างหนึ่ง
เมื่อลองเอ่ยถามเธอออกไปว่า รู้สึกจะเป็นสาวเรียกฝนใช่หรือเปล่า? เธอก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า “วันนี้อากาศสดใสดีนะคะ แต่จริง ๆ แล้วช่วงนี้ฝนก็ไม่ค่อยตกเลยนะ อ๊ะ แต่พอกลับไปแถวบ้าน พายุไต้ฝุ่นก็มาทันทีเลยล่ะค่ะ”

ตั้งแต่จบการศึกษาจาก SKE48 ดูเหมือนว่าจะพอมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นบ้าง พอนึกอยากขยับเขยื้อนร่างกายสักหน่อยเธอก็เลยออกไปเดินเล่นในเมืองด้วยตัวคนเดียว เจอร้านขายเครื่องครัวน่ารัก ๆ บ้าง ร้านของแฮนด์เมดบ้าง ก็เลยแวะดูที่ร้านนั้นร้านนี้ไปเรื่อย

ซึ่งในบทสัมภาษณ์คราวนี้ มัตสึอิ เรนะก็ได้เล่าถึงสารทุกข์สุกดิบในช่วงนี้หรือภาพในอนาคตที่วาดฝันเอาไว้ให้เราฟัง


 

―เคยคิดว่าถ้าจบการศึกษาแล้ว พอมีเวลาว่างมากขึ้นก็อยากลองทำนั่นทำนี่ดูบ้างไหม?

เรนะ : อือ…ไม่ค่อยมีอะไรที่คิดอยากทำขนาดนั้นนะคะ เกินคาดเหมือนกัน

 

―เคยอยากทำอะไรบ้าง?

เรนะ : ก็เคยคิด ๆ ว่าอยากสอบใบขับขี่นะ อยากไปเที่ยวต่างประเทศนะ แล้วก็อะไรอีกหลายอย่างเลยล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทำสักอย่าง (หัวเราะ) แต่เมื่อก่อนต้องตื่นเช้ามาก ๆ กว่าจะเลิกงานก็ดึกมากแล้ว บ่อยครั้งที่ไม่รู้ตารางงานของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พอจะหาเวลาได้มากขึ้นพอสมควร ก็เลยลองออกไปพบเจอคนหลาย ๆ แบบดูน่ะค่ะ

 

―พอคุมเวลาของตัวเองได้บ้างแล้ว รู้สึกชีวิตส่วนตัวสนุกขึ้นบ้างไหม?

เรนะ : ค่ะ แต่มันก็ยังไม่พออยู่ดีน่ะแหละ (หัวเราะ) เพราะฉันมีอะไรที่อยากดู อยากอ่าน แล้วก็อยากทำเต็มไปหมดเลย

 

―คิดว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเรียนรู้อะไรให้มากเข้าไว้หรือเปล่า?

เรนะ : นั่นสิคะ ฉันก็คิดว่าขณะถ่ายละครหรือทำงานไปเรื่อย ๆ ถ้าพอมีเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือหาแรงบันดาลใจอะไรทำนองนี้อยู่เหมือนกัน

 

 

“ฉันชอบถ้อยคำมากที่สุดเลย
ชอบการเล่นคำมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้วล่ะ”

―ในปี 2015 มีหนังสือหรือละครเวทีอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้บ้างหรือเปล่า?

เรนะ : อือออ…มีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะค่ะ…. (กลุ้มจริงจัง) ฉันชอบหนังสือของคุณอิโตอิ ชิเงซาโตะก็เลยอ่านอยู่บ่อย ๆ นะคะ ซึ่งมันมีหนังสือเหมือนเป็นหนังสือรวมถ้อยคำของคุณอิโตอินี่แหละ (หนังสือชื่อ “ถ้อยคำประหนึ่งลูกบอล (ボールのようなことば)” ) เล่มนี้น่าสนใจมากเลยนะคะ พอได้อ่านทีไรถ้อยคำที่สะเทือนหัวใจเรามันก็จะต่างกันไปตามระยะเวลาที่ได้อ่าน ฉันว่าเป็นอะไรที่วิเศษมากเลยนะ

 

―เป็นคนที่มีความสนใจในถ้อยคำ?

เรนะ : ค่ะ ฉันชอบถ้อยคำมากที่สุดเลย ชอบการเล่นคำมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แล้ว อย่างในทางดนตรีเองก็จะเอาใจใส่เรื่องถ้อยคำเหมือนกัน ฉันชอบค่ะ ชอบทั้งวรรณกรรม ทั้งผลงานของคนที่ใช้คำได้สวยด้วย

 

―จะว่าไปแล้ว ชื่อของนิตยสารฉบับนี้ก็เป็นคำประเภทพาลินโดรมที่คุณเป็นคนคิดเองด้วย

#NOTE พาลินโดรม (palindrome) คือคำที่มีอักขระซึ่งเรียงตัวกันแล้วสามารถอ่านเหมือนเดิมได้ไม่ว่าจะอ่านจากหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้า

เรนะ : ใช่แล้วล่ะค่ะ ฉันชอบการเล่นคำแบบพาลินโดรมที่สุดเลย สงสัยคงเป็นเพราะอิทธิพลจากหนังสือที่เคยอ่านตอนเด็ก ๆ ด้วยล่ะมั้ง มันมีคำพาลินโดรมอยู่ในหนังสือประเภทเรื่องลึกลับที่เคยอ่านเมื่อก่อน เล่มนั้นเป็นหนังสือที่มีการเล่นคำอยู่มากพอสมควรเลยล่ะค่ะ ตัวละครหลายตัวในเรื่องจะเล่นเกมแบบว่า คิดคำพาลินโดรมเพื่อให้สอดคล้องตามท้องเรื่อง ซึ่งตอนที่ฉันได้อ่านก็ตกใจมากนะคะว่าแค่คำคำเดียวแต่กลับมีวิธีเล่นที่หลากหลายขนาดนี้  มหัศจรรย์มากเลยใช่ไหมล่ะคะ? ทั้งที่มันเป็นคำที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นสำนวนเดียวแท้ ๆ แต่จะเริ่มอ่านจากฝั่งไหนมันก็ยังเป็นประโยคเดียวกันอยู่ดี ฉันว่ามันน่าสนใจแล้วก็มหัศจรรย์มากจริง ๆ นะ ถ้อยคำจะมีทั้งการแสดงออกในเชิงอุปมาอุปไมย แล้วก็จะมีความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามลำดับคำในประโยคนั้น ๆ ด้วย ต่อให้คนเราพูดคำเดียวกันแต่คนฟังก็สามารถได้ยินเป็นคำที่ทั้งแข็งกร้าวหรืออ่อนโยนได้ มันจะต่างมากจริง ๆ นะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาคำไหนขึ้นต้นก่อน น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะคะ

 

―ต่อจากเรื่องถ้อยคำแล้ว เราอยากถามเรื่องบล็อกและทวิตเตอร์ดูบ้าง ปกติแล้วมักจะเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือความคิดความรู้สึกในขณะนั้น กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ด้วย?

เรนะ : เพราะฉันรู้ว่า กว่าตัวเองจะได้เปิดตัวในฐานะนักแสดงก็ประมาณมกราคมของปีนี้ (2016) น่ะค่ะ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันก็กลัวแฟน ๆ จะเป็นห่วงว่าตอนนั้นฉันไม่มีงานทำหรือเปล่า (หัวเราะ) ฉันก็เลยได้แต่บอกไปว่า “ตอนนี้ยังบอกไม่ได้นะ แต่ก็ทำอะไร ๆ อยู่บ้างแหละ” ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดน่ะค่ะ ก็ฉันเป็นคนประเภทที่อยากให้คนอื่นเข้าใจความคิดของตัวเองทั้งหมดเลยนี่นา แต่กว่าจะบอกใคร ๆ ได้ก็ฤดูใบไม้ร่วงแน่ะ แต่มันก็เหลือเวลาอีกนิดเดียวเอง ตอนนั้นฉันก็เลยต้องคิด ๆ ว่าต้องแอบบอกใบ้แบบไหน ทุกคนถึงจะเข้าใจฉันนะ พอดีฉันมันเป็นผู้หญิงนิสัยน่ารำคาญน่ะค่ะ (หัวเราะ)

 

―เขียนบอกในทำนองว่าอยากให้ทุกคนเข้าใจตัวเราหรือเปล่า?

เรนะ : อืมมม…เมื่อก่อนอาจจะใช่มั้งคะ แต่เดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนไปนิดหน่อยแล้วล่ะ เป็นเพราะว่าในหัวมีถ้อยคำเพิ่มมากขึ้นแล้ว ถ้าไม่พ่น ๆ มันออกไปบ้างเดี๋ยวจะเก็บกด ไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น ทวิตเตอร์ก็ถือเป็นช่องทางที่ฉันสามารถบอกว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่หรือแสดงความรู้สึกในขอบเขตที่ตัวเองสามารถพูดได้ ไม่ใช่เพราะอยากให้ทุกคนเข้าใจเสมอไปหรอกนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นในทำนองว่า “นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวฉันตอนนี้นะ!” อะไรแบบนั้นล่ะค่ะ

 

“เดิมที ฉันเข้าวงการนี้มาด้วยความคิดที่ว่า “อยากทำงานแสดง” อยู่แล้ว”

―เหตุผลที่เลือกเส้นทางสายงานแสดง?

เรนะ : จะว่าเลือกก็ไม่เชิงเลือกนะคะ เพราะเดิมทีแล้วฉันเข้าวงการนี้มาด้วยความคิดที่ว่า “อยากทำงานแสดง” อยู่แล้วล่ะค่ะ ฉันอยากเป็นนักแสดงมาก ๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าใครถามว่า “ทำไม” ก็คงตอบว่า “เพราะอยาก” นั่นแหละ

 

―เป็นคนประเภทที่หากมีความฝันหรือเป้าหมายแล้ว ก็จะพุ่งตรงเข้าไปหามันเลยหรือเปล่า?

เรนะ : มั้งคะ ฉันชอบการมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วก็มุ่งหน้าไปหามันนะ คือฉันจะตั้งเป้าหมายใหญ่เอาไว้อันหนึ่ง จากนั้นก็จะวางเป้าหมายเล็ก ๆ เอาไว้ระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมายใหญ่นั้น พอทำแบบนี้ปุ๊บ เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ทำนองว่าจริง ๆ เราน่าจะไปเดินไปทางขวา แต่กลับเดินไปทางซ้ายเสียอย่างนั้น แต่ถ้าเราตั้งเป้าหมายขึ้นใหม่ตรงนั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว เราก็จะยังสามารถไปยังจุดที่เราอยากไปให้ถึงมากที่สุดในตอนแรกได้อยู่ดีนะ

ฉันเป็นคนประเภทที่จะคิดเอาไว้ในหัวว่าอยากทำอะไรมากที่สุด แล้วก็จะพิจารณาจากสถานการณ์รอบตัวในขณะนั้นว่า ตอนนี้เราควรทำยังไง เราควรจะเคลียร์เรื่องอะไรก่อนแล้วก็เริ่มลงมือทำน่ะค่ะ

 

―เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการบันเทิงแล้วหรือเปล่า?

เรนะ : พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้วล่ะค่ะ (หัวเราะ) ถ้าบอกว่า ค่อยมามีนิสัยแบบนี้หลังจากเข้าวงการนี้ก็น่าจะเหมาะกว่าล่ะมั้ง

 

―แปลว่าตอนนี้มีเป้าหมายใหญ่อยู่ในใจอยู่แล้ว?

เรนะ : ใช่ค่ะ มีมาตลอดเลย แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงค้นหาว่าตัวเองต้องทำยังไงจึงไปถึงจุดนั้นได้  เป็นเพราะการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ  เป็นเรื่องยากกว่าที่คิดนะคะ ว่าเราควรจะตั้งในเรื่องอะไร ตั้งในทิศทางไหน ฉันก็เลยคิดว่าตัวเองควรจะเผชิญหน้ากับตัวตนของตัวเองให้มากกว่านี้อีกนะ แต่ฉันก็คิดนะคะว่า ถ้าฉันตั้งใจเผชิญหน้ากับผลงานแต่ละชิ้นที่ได้รับมาอย่างจริงจังแล้ว ฉันก็น่าจะรู้ได้เองนั่นแหละ

 

―บอกเป้าหมายใหญ่ที่ว่านั้นเอาไว้ตรงนี้ได้หรือเปล่า?

เรนะ : ไม่บอกค่ะ (หัวเราะ)

 

“ฉันว่าตั้งแต่อายุ 30 เป็นต้นไป
น่าจะถือว่าเป็นการต่อสู้ที่แท้จริง”

―พอคุยไปคุยมาก็พอคาดเดาได้อยู่แล้วว่าไม่ยอมบอกแน่ (หัวเราะ) ทีนี้ขอเปลี่ยนหัวข้อบ้าง
ถ้าอายุ 30 แล้วอยากให้เป็นตัวเองแบบไหน?

เรนะ : ประสบความสำเร็จค่ะ พูดมันก็ง่ายนะคะ แต่ฉันอยากให้ตัวเองเป็นคนที่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้จริง ๆ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมพร้อม ก็ต้องหาประสบการณ์เอาไว้เยอะ ๆ ขัดเกลาความสามารถของตัวเองไปเรื่อย ๆ พออายุ 30 แล้วได้เป็นตัวเอกในภาพยนตร์หรือละครที่จะกลายเป็นผลงานเด่นของตัวเองสักเรื่องได้ก็คงดีนะ ตอนนี้ก็กำลังพยายามเพื่อให้ถึงเวลานั้นแล้ว จะมีใครต่อใครพากันพูดถึงฉันว่า “อ้อ เด็กคนนี้ ใช่คนที่เคยเป็นไอดอลมาก่อนสินะ” ฉันว่า ตั้งแต่อายุ 30 เป็นต้นไปน่าจะถือว่าเป็นการต่อสู้ที่แท้จริงแล้วล่ะค่ะ

 

―แปลว่าวางความคิดในเวลานั้นเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

เรนะ : ค่ะ นักแสดงที่ฉันชื่นชอบคือคุณยาคุชิมารุ ฮิโรโกะค่ะ ฉันอยากเป็นคนที่ได้รับความรักยาวนานให้ได้เหมือนเธอบ้างนะคะ ถึงแม้ว่าการติดเครื่องให้พีคสุด ๆ ไปเลยในตอนนี้ก็เป็นเรื่องดีนะ แต่ฉันอยากวิ่งไปให้นานในระยะทางอันยาวไกล ก็เลยอยากตระหนักในแต่ละก้าว แต่ละก้าวของตัวเองให้ลึกซึ้งขณะที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ มากกว่า พออายุ 30 ซึ่งเป็นปีเชื่อมโยงอันสำคัญ ฉันก็คงจะคิดทบทวนใหม่อีกหนว่าตัวเองถึงอยากไปยังจุดนั้นเพราะอะไรนะ

 

“ฉันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยแฟน ๆ ทุกคนจริง ๆ นะคะ”

 

―เช่นนั้นเอง งั้นสุดท้ายนี้เรามาเข้าเรื่องแฟนคลับกันบ้าง มีอะไรที่อยากทำกับแฟนคลับในภายหลังจากนี้หรือเปล่า?

เรนะ :อีเวนท์รอบแรกฉันได้ร้องเพลงไปค่ะ ถึงความจริงฉันจะร้องเพลงไม่เก่งก็เถอะ (หัวเราะ) แต่ในบรรดาแฟน ๆ ที่สมัครเข้ามาเป็นแฟนคลับแล้วก็คอยเชียร์อยู่ตอนนี้คงมีไม่น้อยเลยที่ชอบฉันเวลาร้องเพลง แล้วฉันก็ชอบร้องเพลงด้วยล่ะค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ร้องในอีเวนท์แฟนคลับบ้างก็อยากร้องต่อไปนะ ถ้าทุกคนสนุกสนานไปกับฉันได้แบบนี้ก็คงดีไม่น้อยเลย ตอนนี้ก็กำลังคิดโปรเจ็คท์หลาย ๆ อย่างอยู่ค่ะ ช่วยรอสนุกกันด้วยนะคะ

 

―สำหรับมัตสึอิซังแล้ว แฟน ๆ ทุกคนคืออะไร?

เรนะ : ฉันว่า ถ้าตัวเองไม่มีใครสักคนคอยสนับสนุนแล้ว ฉันคงพยายามต่อไปไม่ไหวแน่เลยล่ะค่ะ อย่างการพูดอะไรสักอย่างก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีใครรับฟัง สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นแค่การพูดคนเดียวไปใช่ไหมล่ะคะ เพราะมีทุกคนช่วยตอบรับฉัน ยอมรับในตัวฉัน ก็เลยทำให้ฉันรู้สึกว่า “อา นี่เรากำลังมีชีวิตอยู่จริง ๆ นะ” ฉันคิดตลอดเลยว่าขอบคุณมากจริง ๆ ที่ทุกคนช่วยทำให้ฉันมีชีวิตขึ้นมาได้ นี่ฉันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยแฟน ๆ ทุกคนจริง ๆ นะคะ (หัวเราะ)

 


จาก : นิตยสารแฟนคลับ RENA MATSUI OFFICIAL FAN CLUB MAGAZINE Vol.00 ~No Lemon No Melon~ หน้า 8 – 9 

 

042UVRSi

Matsuirena.club มาแล้ว!! ทาสทั้งหลายจงสมัครให้ไว!!

Advertisements