โกโต้ ราระ

  • ตัวเองเมื่อ 8 ปีก่อน

―สถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้คือโอโตโกะซากะตั้งอยู่ที่โอฉะโนะมิซึภายในกรุงโตเกียว ที่ตรงนี้คือทางลาดชันที่มัตสึอิ จูรินะซังวิ่งขึ้นในฉากเปิดของ MV ‘Oogoe Diamond’ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

ราระ :  ค่ะ เคยดู MV เพลงนั้นก็เลยรู้จัก แต่ไม่รู้ชื่อของทางลาดชันตรงนี้เลย

 

―คงคิดว่าพอได้ลองปีนขึ้นมาแล้วน่าจะรู้สึกถึงอะไรบ้างสินะครับ

ราระ :  รู้สึกพิศวงยังไงไม่รู้ค่ะ พอคิดว่า 8 ปีต่อมาตัวเองได้มาวิ่งขึ้นบันไดที่จูรินะซังเคยวิ่งขึ้นไปเมื่อ 8 ปีก่อนแบบนี้… ก็นึกขึ้นมาว่า จูรินะซังก็เคยย่ำเหยียบลงบนบันไดพวกนี้ด้วยเหมือนกันเนอะ

#NOTE ทางลาด ‘โอโตโกะซากะ’ มีความสูงประมาณตึก 4 ชั้น

 

―เมื่อ 8 ปีก่อน ราระซังยังอยู่ป.2 อยู่เลย เป็นเด็กแบบไหนครับ?

ราระ :  ก็ใช้ชีวิตแบบเด็กปกติทั่วไปค่ะ ไปโรงเรียน เรียนเสริมบ้าง….ประมาณนั้น

 

―เรียนเสริมอะไรบ้างครับ?

ราระ :  คัดลายมือกับเปียโนค่ะ อ๊ะ พอดีตอนนั้นก็เริ่มเล่นกอล์ฟด้วยค่ะ เพราะคุณแม่ไปเรียนกอล์ฟ แล้วคุณครูก็มาทักว่า “ลองเล่นดูมั้ย?” ตรงนั้นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ ตอนแรกก็แค่เล่นเอาสนุกเฉย ๆ

 

―แต่กลับมีพัฒนาการจนทำเบสท์สกอร์ได้ถึง 85 นี่ โลกเราอะไรก็เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นชอบทำอะไรบ้างครับ?

ราระ :  การแสดงบนเวทีค่ะ เริ่มการแสดงบนเวทีมาตั้งแต่ป.2 แต่ตอนนั้นเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยกล้าแสดงออกก็เลยมีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่ผ่านออดิชั่นในบทที่อยากเล่น แต่พอปีถัดมาก็ลงออดิชั่นกับเพื่อนแล้วก็ผ่านจนได้บทมาล่ะค่ะ! ตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกสนุกกับการได้ร้องเพลง ได้เต้น ก่อนหน้านั้นฉันเป็นคนขี้อายไม่กล้าออกมายืนต่อหน้าคนอื่นน่ะค่ะ แต่แล้วฉันก็ได้สัมผัสถึงความสนุกในการได้ออกมาทำอะไรต่อหน้าคนอื่นเข้าแล้ว

 

―จูรินะซังเข้า SKE48 ตอนที่อยู่ป.6 และวิ่งขึ้นทางลาดโอโตโกะซากะ แล้วตอนราระซังอยู่ป.6 เป็นยังไงบ้างครับ?

ราระ :  กำลังอยู่ช่วงวัยต่อต้านเลยค่ะ เอาแต่ดื้อ ไม่เชื่อฟังพ่อแม่อย่างเดียวเลย

 

―ไม่พอใจอะไรเหรอครับ?

ราระ :  ก็ฉันตั้งใจจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่กลับทำเหมือนกับฉันเป็นเด็กน่ะค่ะ

 

―ป.6 ก็ยังเป็นเด็กจริง ๆ นั่นแหละครับ (หัวเราะ) ทำตัวดื้อแบบไหนบ้างครับ?

ราระ :  อันดับแรกเลยก็คือ ปากร้ายมากค่ะ พอมาตอนนี้ก็กลายเป็นมุกตลกของที่บ้านไปแล้ว

 

―ในวัยนั้น จูรินะซังก็ได้เป็นเซนเตอร์ของ AKB48 แล้ว ถ้าสมมติว่า ตัวเองไปยืนจุดนั้นบ้าง….จินตนาการออกมั้ยครับ?

ราระ :  โหย จูรินะซังสุดยอดจริง ๆ นั่นแหละค่ะ! ตอนที่ฉันได้เป็นเซมบัทสึในเพลง Mae no meri ฉันไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่เจ๋งมาก ตอนนั้นเพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ก็เลยไม่รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องสุดยอดมากแค่ไหน

 

―นับแต่นั้นก็ผ่านมา 1 ปีแล้วนะครับ มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

ราระ :  ก็ได้รู้แล้วว่า ตัวเองได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหนค่ะ ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ่าย MV นี่สนุกดีจัง อารมณ์ว่า “โห เค้าถ่ายกันแบบนี้นี่เอง เย้ โอกินาว่าเจ๋งที่สุดเลย!” ประมาณนี้

 

―แบบนั้นก็ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งเอาเรื่องนะครับ

ราระ :  แต่ก็ค่อย ๆ เรียนรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วล่ะค่ะ ว่ามันเป็นเรื่องที่สุดยอดมากเกินกว่าที่จินตนาการได้ซะอีก การได้รับเลือกให้เป็นเซมบัทสึไม่ใช่เรื่องแย่อะไรหรอกนะคะ แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นเป้าให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนกันนะ ตอนนั้นฉันรู้สึกสนุกโดยบริสุทธิ์ใจที่สุดจริง ๆ ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าตอนนี้ไม่สนุกหรอกนะคะ

 

―นั่นสินะครับ เมื่อได้ยืนอยู่ข้างหน้าคนอื่น ขณะเดียวกันก็ต้องกลายเป็นคนที่ยืนโต้ลมซึ่งพัดเข้าใส่ด้วยเหมือนกัน

ราระ :  เหนื่อยมากเลยค่ะ คิดขึ้นมาเลยว่า “ทำไมกันนะ” พอถึงเวลานั้น ฉันก็จะคิดในแง่ลบมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

―จูรินะซังเองก็ถูกวิจารณ์หนักเอาการเหมือนกันนะครับ ถึงส่วนตัวผมจะคิดว่า “ไปพูดอะไรแบบนั้นใส่เด็กอายุ11แล้วจะได้อะไรขึ้นมา” ก็เถอะ

ราระ :  ไม่เคยมีใครมาว่าอะไรฉันตรง ๆ ในงานจับมือหรอกนะคะ แต่เคยสบตากับคนดูในโคเอ็นแล้วเค้าเมินไปทางอื่นน่ะค่ะ จริง ๆ ฉันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้นะ…. แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเค้าเกลียดฉันรึเปล่านะ จะเริ่มคิดอะไรแง่ลบแบบนี้น่ะค่ะ

 

―ผ่านมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว เข้มแข็งมากขึ้นรึยังครับ?

ราระ :  คิดว่า เข้มแข็งขึ้นแล้วนะคะ สมมติว่า ต่อให้มีใครมาว่าอะไรก็ตาม ฉันก็รั้นตอบโต้ไปว่า “ก็เราเป็นคนแบบนี้อะ ทำไมอะ”  ตั้งแต่มาเป็นเซนเตอร์ทีม E ก็เริ่มคิดอะไร ๆ ได้หลายอย่างแล้วล่ะค่ะ

 

  • ถ้อยคำหนึ่งของมากิโกะ

 

―ทีม E เริ่มโคเอ็นใหม่ในวันที่ 9 กันยายนและได้ยืนในตำแหน่งเซนเตอร์ รู้สึกยังไงบ้างครับ?

ราระ :  ต่อให้ตัวเองกำลังเต้นอยู่ ความสุดยอดของรุ่นพี่ก็ยังสะดุดตาอยู่ดีค่ะ ตรงนี้มันก็เลยทำให้คิดว่า ตัวเองมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้จะดีเหรอ เพราะฉันรู้ดีว่าตัวฉันในตอนนั้นยังเอาชนะรุ่นพี่ไม่ได้เลย ถ้าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

―เป็นเพราะประสบการณ์ต่างกันมากเกินไปสินะครับ เราทำอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี

ราระ :  แต่ถ้าพูดออกไปแบบนั้นแล้ว….มันก็ นะ ฉันรู้ดีว่าตัวเองยังทำหน้าที่ไม่สำเร็จ จะบอกว่าเจ็บใจมั้ยก็ใช่ แต่ปวดใจมากกว่าค่ะ บางครั้งก็อยากวิ่งหนีบ้างเหมือนกัน

 

―ช่วงซ้อมเป็นยังไงบ้างครับ?

ราระ :  ทรมานสุด ๆ เลยค่ะ อย่างแรกก็คือ ความจำฉันแย่มากก็เลยมีอะไรที่จำไม่ได้เต็มไปหมด แถมในจุดที่ตัวเองจำได้แล้ว แต่รุ่นพี่กลับทำได้ดีกว่ามาก ๆ อีกเรื่องก็คือฉันไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าแบบไหนออกไปดี อืม จริง ๆ ก็รู้นะ แต่เทียบกับรุ่นพี่แล้วยังไม่เอาไหนสุด ๆ เลย …..ทีนี้ก็จะเริ่มกดดันตัวเองว่า ทำไมคนไม่ได้เรื่องอย่างเราถึงได้เป็นเซนเตอร์นะ

 

―แถมยังเป็นโคเอ็นที่เต็มไปด้วยเพลงของทีมเซอร์ไพรซ์ด้วย ตัวอย่างที่มีให้ดูก็น้อยมาก แต่ก็ยังต้องจำท่าเต้นให้ได้ด้วยสินะครับ

ราระ :  ใช่ค่ะ มีแต่ท่าเต้นใหม่ ๆ เต็มไปหมด ฉันเต้นไม่ได้จนร้องไห้ออกมาเลยล่ะค่ะ ไปบอกกับอาจารย์สอนเต้นว่า “หนูไม่ไหวแล้วค่ะ” แล้วตอนนั้นมากิโกะซังก็มาดุว่า “มัวแต่ร้องไห้ไปก็ไม่มีอะไรเริ่มต้นหรอกนะ” ฉันก็เลยหยุดร้องไห้ได้ค่ะ

 

―แล้วตอนนั้นลีดเดอร์ สุดะ อาการิล่ะครับ?

ราระ :  ฉันแอบสงสัยมาตลอดเลยล่ะค่ะว่าสุดะซังจะคิดยังไงกับเรื่องนี้กันนะ

 

―คือไม่ได้คุยอะไรกันเป็นพิเศษเรื่องที่ได้เป็นเซนเตอร์สินะครับ?

ราระ :  ค่ะ สุดะซังเป็นคนที่มีความสามารถในการแสดงมาก ๆ เค้าอาจจะคิดก็ได้ว่า “ทำไมถึงเป็นราระ?” แถมตอนนั้นสุดะซังเพิ่งได้เป็นคามิ 7 ในการเลือกตั้งด้วย

 

―สุดะซังเองก็คงจะผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งแล้วล่ะครับ เค้าคงจะรู้สึกเจ็บใจทุกครั้งเหมือนกัน แต่ยังไงซะ ก็เป็นโชคชะตาของราระซังที่ต้องรับมันให้ได้ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม…. ยังถือว่าเร็วเกินไปสำหรับตัวเองหรือเปล่าครับ ที่จะคิดแบบนี้?

ราระ :  โชคชะตา….?

 

―ยังไงซะ การเป็นเซนเตอร์ก็ถือเป็นเรื่องที่กำหนดเอาไว้แล้ว และวงการนี้ไม่ใช่โลกที่จะใช้อันดับหรือความนิยมมาตัดสินทุกสิ่งด้วย

ราระ :  ก็มีความรู้สึกที่อยากลองเผชิญหน้ากับตัวเองสักตั้งบ้างนะคะ แต่ฉันยังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ก็เลยมักวิ่งหนีอยู่เรื่อย

 

―ก็แปลว่า ตอนนี้ยังห่างไกลกับชื่อ “ราระ” สินะครับ

ราระ :  จริง ๆ เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายน่ะค่ะ  อือ จริง ๆ ก็มีด้านที่มองโลกในแง่บวกเหมือนกันนะคะ ฉันพยายามจะไม่คิดให้มากเกินไปนักว่าแฟน ๆ จะคิดยังไงกับฉัน เพราะจริง ๆ ก็รู้สึกว่ามีคนที่คอยเชียร์ฉันมากกว่าคนที่ว่าร้าย แต่พอเป็นปัญหาของตัวเองขึ้นมาก็มักจะคิดแง่ลบเสมอเลย เพราะรุ่นพี่สุดยอดมากจริง ๆ ฉันอยากไล่ตามพวกเค้าให้ได้ แต่ทำยังไงก็ยังไล่ไม่ทันซะที

#NOTE ชื่อ ‘ราระ’(楽々) เขียนด้วยอักษร  ซึ่งมีความหมายว่า “เบิกบานใจ ง่าย ๆ สบาย ๆ ไร้กังวล”

 

―ใน MC วันแรกที่บอกว่า “ต่อให้เกลียดฉัน ก็อย่าเกลียดทีม E เลยนะคะ!” เรื่องนี้เป็นมายังไง?

ราระ :  ทำเล่น ๆ ไปงั้นเองค่ะ แต่นั่นแหละที่ถือว่าฉันเตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับตัวเองเอาไว้แล้ว

 

―มีอะไรที่กำลังทำอยู่เพื่อขยับเข้าใกล้ความเป็นตัวเองในอุดมคติบ้างหรือเปล่า?

ราระ :  ฉันจะดูคลิปจากกล้องฟิกแล้วก็จดเอาไว้ว่าตัวเองทำพลาดตรงไหนบ้าง แต่ทำที่บ้านน่ะค่ะ ไม่อยากให้ใครเห็น อาย

 

―ดูคลิปของตัวเองแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

ราระ :  น่าเบื่อสุด ๆ เลยค่ะ รู้สึกว่าภาพลักษณ์ตัวเองช่างราบเรียบไร้มิติ

 

―รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ลอยเด่นขึ้นมาจากกลุ่มคนอื่น ๆ?

ราระ :  ใช่ค่ะ ตัวเองกำลังเต้นอยู่แท้ ๆ นะ แต่สายตากลับโดนดึงไปหามากิโกะซังซะงั้น

 

―เพราะมีเมมเบอร์ที่ตั้งใจเต้นจริงจังอยู่เต็มไปหมดด้วยสิ

ราระ :  ฉันเป็นคนเต้นไม่แรงน่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าอยากจะเต้นแรง ๆ หรอกนะคะ แต่ฉันชื่นชมการเต้นอย่างหนักหน่วง แต่ก็ดูงดงามด้วยในขณะเดียวกันเหมือนอย่างมากิโกะซังมากเลย

 rararara

  • กลัดกลุ้มผูกมัด

 

―วันที่ 27 ต.ค. มีโคเอ็น ‘ZERO POSITION’ ที่อากาซากะBLITZ ด้วย วันนั้นราระซังเต้นอย่างสบาย ๆ เลยนะครับ

ราระ :  วันนั้นรู้สึกกับการเปลี่ยนบรรยากาศน่ะค่ะ! ไม่รู้ทำไม? สงสัยเพราะเวทีใหญ่ ๆ จะดีว่าล่ะมั้ง?

 

―ดูท่าทางสนุกสนานมากเลยล่ะครับ

ราระ :  คงเพราะความรู้สึกมันต่างกันด้วยล่ะมั้งคะ ทำยังไงก็ยังเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองตอนขึ้นโคเอ็นทีม E ไม่ได้ซะที

 

―เพราะต้องเป็นเซนเตอร์รึเปล่า?

ราระ :  ก็คิดอยู่บ้างนะคะว่าเพราะอย่างนั้นรึเปล่า ก็ฉันยังปีนไปไม่ถึงจุดที่เหมาะสมกับการเป็นเซนเตอร์ของทีมเลย แต่โคเอ็นของ ‘ZERO POSITION’ เต้นด้วยความรู้สึกสนุกล้วน ๆ เลยล่ะค่ะ มีความสนุกสนานมากกว่าความรู้สึกกดดันนะ

 

―ถ้าสักวันสามารถแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงท่าทางสนุกสนานในโคเอ็นของทีม E ได้ก็คงดีไม่น้อยนะครับ

ราระ :  เรื่องนี้ตัวเองก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ รู้สึกเหมือนว่าในทีม E ตัวเองจะทำแต่ในสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำเท่านั้นเอง คิดมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

―มีอะไรบางอย่างผูกมัดเราไว้หรือเปล่า?

ราระ :  น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ ฉันก็อยากเป็นอิสระเหมือนกันนะคะ หลังจากคิดแล้วคิดอีกก็พบว่าตัวเองกำลังตัวหดเล็กลงเรื่อย ๆ ก็รู้อยู่หรอกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลย

 

―ถ้าเผชิญหน้ากับมันได้อย่างสบาย ๆ ตามชื่อของตัวเอง…..ความรู้สึกก็น่าจะเปลี่ยนไปได้บ้างนะครับ

ราระ :  ฉันอยากเป็นตัวของตัวเองค่ะ คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากเปลี่ยนความรู้สึกของตัวเองให้ได้

 

―แต่ถูกกำหนดให้ป็นเซนเตอร์ของรุ่น 7 ยังไงก็ต้องเรื่องคิดหนักอยู่ดีล่ะนะครับ

ราระ :  ถ้าไม่ใช่เซนเตอร์ก็คงไม่ได้คิดอะไรเลยล่ะค่ะ ถ้าพยายามทำตัวร่าเริง ผลมันอาจจะออกมาในทางตรงกันข้าม ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลยก็ได้…..

 

―กระนั้นแล้ว อยากจะเป็น “เซนเตอร์ที่แท้จริง” ให้ได้ใช่ไหมครับ

ราระ :  นั่นสิคะ ก็มีความรู้สึกแบบนั้นนะคะ! แม้จะมีบ้างที่รู้สึกเกรง ๆ เวลาต้องยืนในตำแหน่งเซนเตอร์ แต่เพลง ‘Gonna Jump’ สนุกมากเลยค่ะ อาจเป็นเพราะว่าได้รับการประกาศในวันนั้นเลยว่าเป็นเซนเตอร์นะ ก็เลยไม่ทันได้มีเวลาคิดอะไรมาก

 

―เวลามีปัญหา ได้ปรึกษาใครบ้างหรือเปล่า?

ราระ :  ไม่ค่ะ

 

―กับพวกผู้ใหญ่ก็ด้วย?

ราระ :  ไม่ปรึกษาค่ะ

 

―คิดว่าน่าจะถูกเปรียบเทียบกับโอบาตะ ยูนะซังอยู่บ่อย ๆ นะครับ ซึ่งเราก็ไม่ปรึกษาปัญหากับโอบาตะซังเหมือนกัน?

ราระ :  เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่า ยูนานะเค้าคิดยังไงน่ะสิคะ ยูนานะเองก็น่าจะคิดอะไรอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เค้าไม่พูด แถมฉันเองก็อ่านความคิดเค้าไม่ออกด้วย คล้าย ๆ ว่าเราสองคนพยายามที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ล่ะมั้ง

 

―แต่ราระซังอายุ 16 เองนี่ครับ ถ้าคิดเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองคนเดียว ยังไงก็ต้องเจอทางตันบ้างไม่ใช่เหรอ?

ราระ :  ก็ใช่น่ะสิคะ! เพราะงั้นแหละ ก็อยากปรึกษาใครบ้างนะ แต่ไม่มีคนให้ปรึกษาด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็ใช่ว่าไม่มีซะทีเดียวหรอกนะคะ ตอนคุยกับผู้จัดการก็มีคุยเรื่องปัญหาอยู่บ้างเหมือนกัน จริง ๆ อยากปรึกษากับจูรินะซังนะคะ

 

―แปลว่ายังไม่ได้ปรึกษาใครเรื่องที่เป็นเซนเตอร์ทีม E ?

ราระ :  ยังค่ะ ยังไม่มีจังหวะเลย

 

  • เสริมความกล้ากับความมั่นใจ

 

―การออดิชั่นรุ่น 8 จบลง กำหนดผู้ผ่านการคัดเลือกแล้ว รู้สึกกังวลอะไรหรือเปล่า?

ราระ :  จนถึงตอนนี้ ฉันก็ได้รับเลือกให้เป็นเซมบัทสึ ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีนะคะ แต่ถ้ามีรุ่น 8 เข้ามาแทนที่ตัวเองก็น่ากังวลเหมือนกัน รู้สึกตื่นเต้นด้วย แต่ก็กังวลด้วยน่ะค่ะ

 

―อย่างเช่น จู่ ๆ ก็ได้เป็น W เซนเตอร์กับจูรินะซัง อะไรแบบนี้

ราระ :  แบบนั้นก็แย่สิคะ! แต่ยังไงฉันก็ต้องใจดีกับเด็กคนนั้นให้ได้เหมือนอย่างที่เรียวฮะซังใจดีกับฉันค่ะ อ๊ะ แต่ถ้าคนนั้นอายุมากกว่าจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?

 

―ยืดอกไปเลยครับว่าเราเป็นรุ่นพี่! และอันนี้ก็เป็นคำถามที่ถามทุกคนนะครับ คิดว่าใครเป็นคู่แข่งของตัวเองในตอนนี้ครับ?

ราระ :  เอ๋? อันนี้ก็ถามกับยูนานะด้วยใช่มั้ยคะ?

 

―เดี๋ยวจะไปถามหลังจากนี้ครับ เลยยังไม่รู้ งั้นคำตอบก็ให้เป็น “โอบาตะซัง” แล้วกันนะครับ?

ราระ :  อ๊า ถ้ายูนานะไม่ตอบชื่อฉันก็น่าอายแย่เลยสิคะ (หัวเราะ) เอ้อ แต่ฉันว่ายูนานะคงจะตอบชื่อฉันแหละ งั้นให้คู่แข่งของฉันเป็นยูนานะนี่แหละค่ะ!

 

―รู้สึกกังวลกับแนวโน้มการก้าวหน้าของโอบาตะซังบ้างหรือเปล่า?

ราระ :  ยูนานะมีความเป็นไอดอลสูงนะคะ ไม่เหมือนฉันเลย เราไม่ใช่สายเดียวกันน่ะค่ะ ก็เลยไม่ค่อยกังวลอะไรมาก แต่ในจุดที่ชวนให้คิดมากก็จะคิดเหมือนกันนะ อะไรแบบนี้ แต่ช่วงแรก ๆ (โนจิมะ) คาโนะกับยูนานะนี่ สองคนนั้นเค้าไฟลุกเปรี๊ยะ ๆ ใส่กันเลยล่ะค่ะ ตอนนั้นฉันเห็นแล้วก็ขำจะตาย (หัวเราะ) แต่ตัวฉันเองน่าจะเริ่มรู้สึกถึงการแข่งขันตั้งแต่ได้เป็นเมมเบอร์ของ Love Crescendo ล่ะมั้ง

 

―จำเป็นต้องมีคู่แข่งหรือเปล่าครับ?

ราระ :  ฉันว่าจำเป็นค่ะ! ซึ่งฉันพยายามจะสร้างขึ้นด้วยตัวเอง อย่างถ้าคิดว่า “เรื่องนี้แหละที่ไม่อยากแพ้!” มันก็ทำให้รู้สึกว่ามีแรงจูงใจที่จะลงมือทำนะ ฉันเป็นพวกเกลียดความพ่ายแพ้น่ะค่ะ สิ่งที่จำเป็นสำหรับตัวฉันในตอนนี้ก็คือความมั่นใจน่ะนะคะ ฉันอยากเป็นคนที่สามารถยืดอกพูดได้เต็มปากเลยว่า “ฉันนี่แหละคือเซนเตอร์!”

 

―ที่เหลือก็อยากให้สนุกให้เต็มที่นะครับ!

ราระ :  ก็จริง ฉันอาจจะลืมความสนุกไปแล้วก็ได้! ชื่อฉันเนี่ย “ราระ” มีที่มาจากความหมาย “คนอื่นก็สนุก ตัวเองก็สนุก”  นะคะ

 

―งั้นการที่ได้เข้าสู่วงการเอนเตอร์เทนเมนต์ก็ถือเป็นพรหมลิขิตสินะครับ (หัวเราะ) ไม่เป็นไรหรอกครับ เราน่าจะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นจากการปีนขึ้นโอโตโกะซากะแล้วนี่นา

ราระ :  จริงด้วย! ฉันจะพยายามต่อไปอย่างมีความกล้ากับความมั่นใจค่ะ!

gYqTcrR5

 


100% SKE48 VOL.02 หน้า 127-130

 

Advertisements