กะจะเขียนเรื่องนี้ตั้งน๊านนาน ไม่อยากบอกว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ….นานเกิน เขิล

พอดีเป็นคนชอบอ่านเนื้อเพลงและพบว่าเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นอะไรที่ซับซ้อนพอกันกับ(หรือยิ่งกว่า)ปริศนาโค้ดดาวินชีของศจ.แลงดอน  ย้อนไปถึงสมัยม.ปลายเพิ่งเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรก อาจารย์ที่รักเล่าว่า ภาษาญี่ปุ่นใช้แต่งเพลงง่ายมากเพราะเสียงอักขระหนึ่งตัวก็ได้โน้ตหนึ่งเสียงแล้ว …อืม จริงตามนั้น

แต่สิ่งที่ดึงดูดให้เราสนใจเนื้อเพลง (แรกเริ่มน่าจะเป็นกวี) ก็คือ ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนทางความหมายที่อยู่หลังถ้อยคำและนัยแฝงระหว่างบรรทัด อันนี้อาจจะเป็นความมาเนียส่วนตัวก็ได้ เพราะเราเริ่มฝึกแปลภาษาญี่ปุ่นจากการแปลเพลงตั้งแต่ยังเรียนหนังสือเล่มแรกไม่ทันจบ (เป็นการฝึกที่ข้ามขั้นเหมือนเอาเด็กประถมไปทำข้อสอบเข้ามหาลัย) ด้วยการช่วยเหลือ ช่วยสอน ช่วยติชม ช่วยให้คำแนะนำ ช่วยเฆี่ยนตีลงแส้(?) จากพี่คนหนึ่ง เจ้าของประโยคซึ่งเปรียบเสมือนจุดTurning Point ของชีวิตกับเราว่า

“เรามีพรสวรรค์นะ ไปเข้าเอกภาษาญี่ปุ่นซะ”

ดังนั้น จุดเริ่มต้นชีวิตการแปลของเราก็คือ “เพลงภาษาญี่ปุ่น” อย่างจริงแท้และแน่นอน แม้ทุกวันนี้จะไม่ค่อยแปลเพราะขี้เกี— ….มัวแต่ติ่ง

เกริ่นพอล้ะ เข้าเรื่อง เพลงที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้คือเพลง 二人セゾン (Futari Saison) ของ Keyakizaka46 ซึ่งดังเปรี้ยงตั้งแต่ซิงเกิลเดบิวท์ (น้องเทะะะะะะะ น้องเทะะะะะะะะะ!!!)

ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้คือ ขนลุก …. OMG OMG OMG OMG OMG ภาษาโคตรสวย เล่นคำพลิ้วมาก แต่งได้ยังไงวะ!!! อากิพีคะรับหนูเป็นศิษย์ที@$#$#@%#%ฟกหดกเด่าเกดสงะว!!!  และเมื่อพิจารณาดูความหมายแล้ว ยิ่งประทับใจ เพราะมันลึกมาก Deep สึสอะ  ทิ่มทะลุทรวงอกและยังฝังอยู่ในนั้น

MV แสงสวยมาก แปะของโซนี่ไต้หวันให้เพราะญี่ปุ่นบล็อกประเทศเรา …….


 

11.jpg

欅坂46 二人セゾン
Keyakizaka46 ฤดูกาลของเราสอง

คำร้อง: อากิโมโตะ ยาสุชิ
ทำนอง: SoichiroK・Nozomu.S

二人セゾン
二人セゾン
春夏で恋をして

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
พบรักเมื่อผลิร้อน

二人セゾン
二人セゾン
秋冬で去って行く

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
ลาจากยามร่วงหนาว

一緒に過ごした季節よ
後悔はしてないか?
二人セゾン

ฤดูกาลที่เคยใช้เวลาผ่านมาร่วมกัน
ไม่เคยนึกเสียใจบ้างหรือ?
ฤดูกาลของเราสอง

道端咲いてる雑草にも
名前があるなんて忘れてた
気づかれず踏まれても
悲鳴を上げない存在

ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าดอกหญ้าที่เบ่งบานตามรายทาง
ก็มีชื่อของตัวเองเหมือนกัน
ผู้ที่ไม่เคยคร่ำครวญ
แม้จะถูกใครย่ำเหยียบโดยมิได้ตั้งใจ

誰かと話すのが面倒で
目を伏せて聴こえない振りしてた
君は突然
僕のイアホン外した

นึกรำคาญเกินกว่าจะพูดคุยกับใคร
จึงแสร้งหลบตาทำเป็นไม่ได้ยินมาตลอด
แต่แล้วทันใด
เธอกลับกระชากหูฟังของผมออก

What did you say now?

เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

 

太陽が戻って来るまでに
大切な人ときっと出会える
見過ごしちゃもったいない
愛を拒否しないで

ตราบจนกว่าดวงตะวันจะหวนย้อนกลับคืน
เราต้องได้พบกับใครสักคนที่สำคัญ
น่าเสียดายเหลือเกินหากมองข้ามผ่านมันไป
อย่าได้ปฏิเสธความรักอีกเลย

君はセゾン
君はセゾン
僕の前に現れて

เธอคือฤดูกาล
เธอคือฤดูกาล
ที่ปรากฏตัวต่อหน้าผม

君はセゾン
君はセゾン
日常を輝かせる
昨日と違った景色よ
生きるとは変わること
君はセゾン
HA-

เธอคือฤดูกาล
เธอคือฤดูกาล
ทิวทัศน์อันต่างไปจากวันวาน
ซึ่งจุดประกายวันเดิม ๆ ให้เจิดจ้า
การมีชีวิตอยู่ หมายถึง การเปลี่ยนแปลง
เธอคือฤดูกาล

街を吹き抜ける風の中
何かの香りがしてたのに
振り返る余裕とか
興味もなかった

ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านบ้านเรือน
ได้กลิ่นหอมของอะไรบางอย่าง
แต่ไม่มีเวลาหรือความสนใจมากพอ
ที่จะหันย้อนกลับไป

自分の半径1m
見えないバリア張った別世界
そんな僕を
連れ出してくれたんだ

ณ อีกโลกหนึ่งที่กั้นขวางไว้ด้วยบาเรียซึ่งมองไม่เห็น
ในรัศมีหนึ่งเมตรรอบกาย
เธอกลับฉุดดึง
ผมออกมาจากตรงนั้น

What made you do that?

อะไรทำให้เธอเป็นเช่นนั้น?

一瞬の光が重なって
折々の色が四季を作る
そのどれが欠けたって
永遠は生まれない

แสงสว่างชั่วพริบตาซ้อนทับ
หลากสีสรรพ์สรรค์สร้างสี่ฤดู
แม้นจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด
นิรันดร์กาลหาได้มีวันบังเกิด

二人セゾン
二人セゾン
春夏で恋をして

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
พบรักเมื่อผลิร้อน

二人セゾン
二人セゾン
秋冬で去って行く
儚く切ない月日よ
忘れないで

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
ลาจากยามร่วงหนาว
คืนวันอันวูบไหวและรวดร้าว
อย่าหลงลืมมันเลยนะ

花のない桜を見上げて
満開の日を想ったことはあったか?
想像しなきゃ
夢は見られない
心の窓

เงยหน้าขึ้นมองซากุระไร้ดอก
เคยคิดถึงวันที่มันบานสะพรั่งบ้างหรือเปล่า?
หากไม่ยอมจินตนาการ
ก็มิอาจมองเห็นความฝันได้
ตรงหน้าต่างของหัวใจ

春夏秋冬 生まれ変われると
別れ際 君に教えられた

ผลิร้อนร่วงหนาว คือการเกิดใหม่
เธอเป็นคนสอนให้รู้ ในยามลาจาก

君はセゾン
君はセゾン
僕の前に現れて

เธอคือฤดูกาล
เธอคือฤดูกาล
ที่ปรากฏตัวต่อหน้าผม

君はセゾン
君はセゾン
日常を輝かせる

เธอคือฤดูกาล
เธอคือฤดูกาล
ทิวทัศน์อันต่างไปจากวันวาน
จุดประกายวันเดิม ๆ ให้เจิดจ้า

二人セゾン
二人セゾン
春夏で恋をして

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
พบรักเมื่อผลิร้อน

二人セゾン
二人セゾン
秋冬で去って行く

ฤดูกาลของเราสอง
ฤดูกาลของเราสอง
ลาจากยามร่วงหนาว

初めて感じたときめき
思い出はカレンダー
二人セゾン
HA-

ความตื่นเต้นที่เพิ่งเคยพบพาน
ความทรงจำเปรียบดั่งปฏิทินแห่งวันเวลา
ฤดูกาลของเราสอง

僕もセゾン

ผมเองก็เป็นเช่นฤดูกาล

 

1


 

ก่อนจะพูดถึงเบื้องหลังของเพลงและรายละเอียดอื่น ๆ เราอยากให้โฟกัสที่ตัวเนื้อเพลงก่อน สำหรับคนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลยจะงงมาก แต่อ่านข้าม ๆ ไปก็ได้ อย่าซีเรียส  ตรงนี้เป็นความติ่งภาษาญี่ปุ่นส่วนตัวเราเอง…..ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร

อันดับแรก 二人セゾン คำว่า Saison เป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งตรงกับคำว่า Season ในภาษาอังกฤษ ถามว่าทำไมอากิพีถึงใช้ภาษาฝรั่งเศส ก็คงตอบได้ว่า ไม่รู้ดิ ไม่มีโอกาสได้ถามเฮียแก อาจจะใช้เพราะเสียงมันลงตัวหรือเพราะภาษาฝรั่งเศสมันเก๋ดี เหมือนอย่างที่ใช้คำว่า Coquettish ในเพลง コケティッシュ渋滞中 ของ SKE48 ก็ได้

อีกนัย ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่โรแมนติกดีนะ

ที่ว้าวโคตร ๆ ตั้งแต่แรกเลยก็คือตรงท่อน A

二人セゾン
二人セゾン
春夏で恋をして
二人セゾン
二人セゾン
秋冬で去って行く

        ดูตรงนี้นะ

春夏で恋をして、秋冬で去って行く
พบรักเมื่อผลิร้อน ลาจากยามร่วงหนาว

เช้ดโด้ววว แม่งงงงง โคตรคูลอะ!!!!!  ;A;  (อนึ่ง เสียงคำในภาษาญี่ปุ่นเพราะและลงตัวมาก)
ถ้าตีความในเชิงความรักก็จะได้ประมานว่า “คนสองคนพบกันเมื่อฤดูใบไม้ผลิ คบกันเมื่อฤดูร้อน เริ่มห่างหายในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะเลิกกันในฤดูหนาว”

มันช่างเรียลจริงไรจริง เห็นภาพชัดมาก

ในท่อนต่อมา

道端咲いてる雑草にも
名前があるなんて忘れてた
気づかれず踏まれても
悲鳴を上げない存在
ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าดอกหญ้าที่เบ่งบานตามรายทาง
ก็มีชื่อของตัวเองเหมือนกัน
ผู้ที่ไม่เคยคร่ำครวญ
แม้จะถูกใครย่ำเหยียบโดยมิได้ตั้งใจ

                ในส่วนของการนึกถึงดอกหญ้าตามรายทางว่ามันก็มีชื่อเหมือนกันนะ ถ้าไม่ใช่คนละเอียดอ่อนพอตัวคงไม่มีวันนึกถึงและเขียนเพลงนี้ออกมาได้ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารักและเราก็ชอบมาก ๆ ในเพลงของอากิพี

ข้ามมาท่อนนี้

太陽が戻って来るまでに
大切な人ときっと出会える
ตราบจนกว่าดวงตะวันจะหวนย้อนกลับคืน
เราต้องได้พบกับใครสักคนที่สำคัญ

 

ขออนุญาตกรี๊ดใส่ฉันทลักษณ์ สวยชิบหายยยยยยยยยยยยยยยยย ;A; ตะกุยฝาผนัง

ชอบเป็นพิเศษตรงวรรค 太陽が戻って来るまでに (ตราบจนกว่าดวงตะวันจะหวนย้อนกลับคืน) บ่งบอกว่าไม่ใช่การที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามธรรมดา แต่ใช้คำว่า “ตราบจนกว่าจะหวนย้อนกลับคืน” (戻って来るまでに)  ตีความได้ว่า มีช่วงระยะเวลาหนึ่งที่พระอาทิตย์หายไป และช่วงเวลาที่ว่านั่นก็ไม่ใช่เวลาสั้น ๆ แน่นอน

มองให้ลึกลงไป มันหมายความถึง “ช่วงมืดมนของชีวิต” ที่ไม่ว่าใครก็ต่างมี

และในตอนที่เราก้าวออกมาได้ เรามักได้พบกับ “ใครสักคน” ซึ่งมีอิทธิพลส่งผลต่อชีวิตเราอย่างมีนัยสำคัญไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

กระโดดมาตรงนี้ (ตัดตอนเฉพาะใจความมา)

君はセゾン
僕の前に現れて
日常を輝かせる
昨日と違った景色よ
生きるとは変わること
เธอคือฤดูกาล
ที่ปรากฏตัวต่อหน้าผม
ทิวทัศน์อันต่างไปจากวันวาน
ซึ่งจุดประกายวันเดิม ๆ ให้เจิดจ้า
การมีชีวิตอยู่ หมายถึง การเปลี่ยนแปลง

คนเราเปลี่ยนแปลงในทุกวัน ในทางชีวะ เซลล์นับล้านในร่างกายตายและเกิดใหม่ตลอดเวลา ในทำนองเดียวกัน ความคิด ทัศนคติ สภาพจิตใจเราก็เปลี่ยนแปลงไปตามอายุซึ่งเราต้องอาศัย “เวลา” ในการพบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยหล่อหลอมตัวเราขึ้นมา โดยเฉพาะ “เหตุการณ์ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน” ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นได้ดี

ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็จะเปลี่ยนแปลงเรื่อยไปไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ อ้างอิงคำพูดของมนุษย์ซอจูฮยอน จากเด็กนักเรียนดีเด่นเรียบร้อยน่ารักเหมือนผ้าพับไว้ จั๊งก์ฟู้ดไม่แตะ เหล้าไม่กิน แต่ตอนนี้นอกจากเมาแล้วยังเรื้อนด้วย…

“การคิดว่าคนคนหนึ่งจะต้องเหมือนเดิมไปตลอดชีวิตเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ”

 

ต่อมาที่ท่อนนี้

一瞬の光が重なって
折々の色が四季を作る
そのどれが欠けたって
永遠は生まれない
แสงสว่างชั่วพริบตาซ้อนทับ
หลากสีสรรพ์สรรค์สร้างสี่ฤดู
แม้นจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด
นิรันดร์กาลหาได้มีวันบังเกิด

ท่อนนี้เป็นการใช้คำบรรยายสิ่งรูปธรรมในเชิงนามธรรม ให้มันฟรุ้งฟริ้งและสวยงามตามความกวี
ว่าง่าย ๆ คือ ดวงอาทิตย์ปรากฏ พระจันทร์ลาลับ เวลาคล้อยผ่านตามที่โลกหมุนไป ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ขึ้นมา สำหรับบ้านเราอาจจะคิดภาพไม่ค่อยออกเพราะมีแต่หน้าร้อนตลอดปี … แต่ถ้าพูดถ้าคำว่าฤดูกาลในความคิดของคนญี่ปุ่นแล้ว มันเป็นอะไรที่หลากสีมากจริง ๆ  ชมพูของซากุระยามใบไม้ผลิ สีฟ้าสดใสของท้องฟ้าตอนหน้าร้อน สีเหลืองแดงของต้นเมเปิลตอนฤดูใบไม้ร่วง สีขาวโพลนของหิมะยามฤดูหนาว

แต่ว่า ทุกฤดูมาถึงและจากไป ไม่เคยมีฤดูไหนอยู่ตลอดกาล

ที่น่าสนใจและชวนอมยิ้มนิด ๆ (เราอาจจะยิ้มอยู่คนเดียว…) อยู่ตรงท่อนนี้

そのどれが欠けたって
永遠は生まれない
แม้นจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใด
นิรันดร์กาลหาได้มีวันบังเกิด

 

ต่อให้ในสี่ฤดูหายไปสักฤดูหนึ่ง ก็ไม่มีฤดูไหนคงอยู่ถาวร
มันหมายถึง ความนิรันดร์ไม่มีอยู่จริงและจะไม่มีวันเกิดขึ้น

 

ท่อนนี้ก็น่ารักไม่เลว

儚く切ない月日よ
忘れないで
คืนวันอันวูบไหวและรวดร้าว
อย่าหลงลืมมันเลยนะ

หนึ่งในคำที่เราชอบในภาษาญี่ปุ่นก็คือคำว่า 儚い คำนี้หาคำไทยแปลตรงตัวได้ยาก จัดอยู่ในกลุ่มกิ้งก่าเปลี่ยนสีไปตามบริบท ความหมายโดยรวมก็คือ “สิ่งที่ไม่จีรัง เปราะบางและสามารถสลายหายได้ทุกขณะ”

คืนวันอันไม่แน่นอน บางครั้งก็สร้างความเจ็บปวดให้ แต่กระนั้นก็ตาม อย่าลืมมันไปเลยนะ

 

ต่อกันที่ท่อนพีคของเพลง
ถ้าเป็นหนังคงเป็นช่วงคลายปมก่อนไคลแมกซ์ บอกให้รู้ว่าทุกอย่างที่เล่ามามันคือเรื่องอะไร 

花のない桜を見上げて
満開の日を想ったことはあったか?
想像しなきゃ
夢は見られない
心の窓
เงยหน้าขึ้นมองซากุระไร้ดอก
เคยคิดถึงวันที่มันบานสะพรั่งบ้างหรือเปล่า?
หากไม่ยอมจินตนาการ
ก็มิอาจมองเห็นความฝันได้
ตรงหน้าต่างของหัวใจ

 

ตัวเอกของเพลงนี้คือ “ผม” และ “เธอ” ซึ่ง “ผม” เป็นพวกปิดกั้นตัวเอง หลีกเลี่ยงสังคม จนกระทั่ง “เธอ” ปรากฏตัวขึ้นและพา “ผม” ออกมาจากโลกต่างมิติกำแพงที่สร้างไว้ เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ “ผม” ได้รู้จัก ท่อนที่พูดถึงหน้าต่างของหัวใจความหมายตรงตามตัวอักษร ก็คือ ถ้าเราไม่เปิดใจ ไม่ลองจินตนาการ เราก็ไม่มีวันมองเห็นความฝันได้หรอกนะ

 

ส่วนตัวกรี๊ดสุดที่ท่อนนี้ ฮรือออออออ อิพ่ออออออ ลูกอยากจะดิ้นตายยยย ;A;

春夏秋冬 生まれ変われると
別れ際 君に教えられた
ผลิร้อนร่วงหนาว คือการเกิดใหม่
เธอเป็นคนสอนให้รู้ ในยามลาจาก

ก่อนอื่นใด ชอบการเรียงคันจิ 春夏秋冬 เป็นพิเศษ มีคำอ่านเฉพาะด้วยนะ (เรียกตามวิชาการคือเสียง องโยมิ ) เรียงตามอักษรเลยคือ “ชุงกะชูโท”

“ชุง” คือฤดูใบไม้ผลิ “กะ” คือ ฤดูร้อน “ชู” คือฤดูใบไม้ร่วง “โท” คือฤดูหนาว

ออกเสียงแค่สี่พยางค์ได้ครบทั้งสี่ฤดู อหอหอหอหอหอหอห ทำไมมันเริ่ดแบบนี้!!!!

และสี่ฤดูนั้นหมายถึง 生まれ変われる (การเกิดใหม่ได้อีกครั้ง)
ซึ่ง “เธอ” เป็นคนสอนให้ “ผม” รู้ ในตอนที่เลิกกัน

 

ตรงคำว่า 生まれ変われる อันนี้เป็นรูปประโยคที่ว่ากันตามหลักสูตร ก็คือ “รูปสามารถ (Can Do)”

ปกติแล้ว เวลาพูดถึง “การตายแล้วเกิดใหม่” จะใช้คำว่า 生まれ変わる  อะ เห็นแมะ มันหายไปอักษรนึง คำนี้หมายถึง การตายแล้วเกิดใหม่เฉย ๆ (ไม่ได้ตั้งใจจะไปตายเพื่อเกิดใหม่)

แต่ในเนื้อเพลงที่จงใจเปลี่ยนให้เป็นรูปสามารถทำได้ ก็เพื่อแฝงนัยเน้นให้รู้ว่า เรา “สามารถ” เกิดใหม่ได้ด้วยเจตนารมณ์ของเราเอง

 

มาถึงท่อนจบซะที

初めて感じたときめき
思い出はカレンダー
ความตื่นเต้นที่เพิ่งเคยพบพาน
ความทรงจำเปรียบดั่งปฏิทินแห่งวันเวลา

 

ว้าวเป็นพิเศษตรงท่อน ความทรงจำคือปฏิทิน
แบบ โอ้โหววววว เปรียบสิ่งนามธรรมอย่างความทรงจำให้กลายเป็นสิ่งของที่จับต้องได้อย่างปฏิทิน

และขอติ่งสุดท้ายที่ตรงนี้ ในเนื้อเพลงมีคำว่า

君はセゾン (เธอคือฤดูกาล) +  僕もセゾン (ผมก็เป็นฤดูกาล)  =  二人セゾン (ฤดูกาลของเราสอง)

ก็คือ ทั้ง “ผม” และ “เธอ” ต่างก็เป็นฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลง จึงเกิดการพบพานและแยกจากเหมือนอย่างที่พรรณนาไปแล้วข้างต้น

 


 

ถ้าเจาะเฉพาะเนื้อเพลงล้วน ๆ จะจบที่ตรงนี้แหละ แต่เพราะเราเป็นติ่งเคยากิ เราก็อยากพูดถึงรายละเอียดเบื้องหลังอื่น ๆ ด้วย เพลงนี้เป็นเพลงพิเศษนะ ไม่ใช่แค่พูดถึงความสัมพันธ์ของคนสองคน

แต่สำหรับเคยากิแล้ว เพลงนี้เปรียบเสมือนสิ่งที่บอกเล่า “ความสัมพันธ์ของเมมเบอร์แต่ละคน”

10

ทุกคนรู้ ไม่มีใครเป็นไอดอลได้ตลอดไป นิรันดร์กาลไม่มีอยู่จริง วันนี้เราพบกัน แต่สักวันเราต้องแยกจาก

เคยากิซากะ46 เป็นวงที่ เวลาได้เนื้อเพลงมา เมมเบอร์กับทาคาฮิโระ (คนคิดท่าเต้น) จะมานั่งถกกันว่า มันหมายถึงอะไร สื่อถึงอะไร ก่อนจะร่างท่าเต้นแต่ละท่าออกมา

ตอนที่ถ่าย MV เพลงนี้ ผกก. (เจ้าของเดียวกับเพลง Katarunara miari wo และ Fukyouwaon) บอกกับเมมเบอร์ทุกคนว่า

“เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันกับเมมเบอร์ไปได้ตลอดเป็นสิบปี ยี่สิบปี เรามีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น  เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ทุกคนรักษาช่วงเวลาตอนที่อยู่กับเมมเบอร์ทุกคนไว้ให้ดี”

/ me ปากล่องทิชชู่ใส่ ผกก. ;A;

 

ทั้งนี้ เทะจิก็บอกไว้ในรายการวิทยุ (โคจิโฮชิ 11 พ.ย. 2016) ว่า

“ท่าเต้น(เพลงฟุตาริเซซง)ของอาจารย์ทาคาฮิโระ
สื่อความหมายถึง
เสียงหัวใจเต้น
ว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่”

6

 

ที่น่าสนใจก็คือ ฉากที่เทะจิวิ่งข้ามสะพานใน MV ผกก.แนะนำให้ตะโกนความรู้สึกในใจออกมาด้วยเพื่อที่จะได้แสดงออกผ่านสีหน้าชัด ๆ และเทะจิในวัย 15 ปีเมื่อตอนนั้นก็ตะโกนว่า

「過去には絶対戻りたくない!」“จะไม่มีวันย้อนกลับไปในอดีตเด็ดขาดเลย!”

8

ในส่วนของท่าเต้น ก็มีริกะ เนรุ ริสะ สามหน่อในท่านี้ เวลาเล่นเพิร์ฟทีทุกคนก็จะล้อริสะว่านก เพราะอีกมือเนรุต้องถือไมค์…. TvT

3

เห็นอะไรมั้ย ทำไมต้องทำมือแบบนี้ด้วย?

เพราะสามคนนี้ทำมือเป็นตัวอักษร ที่แปลว่า คน แต่ไม่ได้มีตัวเดียวนะ มีสองตัว 人 人 ก็คือสองคน
โอ้โหวววว ลึกซึ้งง่อว (ริสะไม่นกนะคะ)

และที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ ท่าตอนเริ่มกับตอนจบที่ทุกคนรวมตัวกันชูมือทำเป็นต้นเคยากิ (สารภาพ ครั้งแรกที่เห็นนึกว่าเป็นจอมปลวก… ขอท่ด)

2

และตอนจบเพลง ต้นเคยากิร่วงโรย ทุกคนแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง สีหน้าอาวรณ์ของเทะจิที่มองตามหลังเพื่อน ก่อนจะออกเดินไปตามทางของตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องอธิบายก็น่าจะเข้าใจกันเนอะว่าฉากนี้หมายถึงอะไร

เทะจิบอกว่า ตอนที่ดู MV เพลงนี้ครั้งแรก เค้าร้องไห้ด้วย
(แต่ถามคนอื่นว่าร้องมั้ย ก็ไม่มีใครร้องสักกะคน… โถว นากน้อยของพรี่)

นั่นแหละ เป็นเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังเผิน ๆ แล้วเหมือนเพลงรักทั่วไป แต่มองให้ลึกลงไปมันมีสตอรี่มากมายและเป็นความโคตรจริงของชีวิต

9

เอาล่ะ ต่อไปเอาเพลงไรดี? รีเควสได้นะ แต่เขียนมั้ยก็อีกเรื่อง 😌💚

Advertisements