ตอนที่เห็นรายชื่อเพลงในอัลบั้มว่ามีโซโล่ของซูมินด้วยนี่ตั้งตารอเลย ดูจากชื่อแล้ว ออร่าความบัลลาดมาเต็ม สเป็คเลย ต้องเพราะแน่ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะค่อดดดดดดดดดดดด เพราะฉิบหายยยยยยยยยยย เพราะจนกรี๊ดใส่หมอน พล็อตเป็นเพลงรักอกหักฉันคิดถึงเขาสไตล์อากิพีอย่างที่คุ้นเคย
แต่เนื้อเสียงซูมินทำให้กรี๊ดมาก แถมเนื้อเพลงยังมาแนวที่ชอบด้วย
พวกอุปมาอุปไมยแล้วก็แอบมีความคอนทราสต์ทางภาษาเล็กน้อย
พอเรียกน้ำย่อยความเผือกจากมนุษย์ติ่งภาษาอย่างเรา

มาดูเนื้อเพลงกันก่อน ส่วนเพลงก็เปิดฟังเอาเอง ใครไม่มีก็ไปโหลดเอานะคะคุณลูกค้า
*ผายมือไปทาง ITUNES *

 


夏の花は向日葵だけじゃない
ดอกไม้แห่งฤดูร้อน หาได้มีเพียงแค่ดอกทานตะวัน

อิไมซึมิ ยุย (KEYAKIZAKA46)

เนื้อร้อง : อากิโมโตะ ยาสุชิ
ทำนอง : MARKIE

あれから恋だってしたけど
他の彼なんか覚えてない
あなたと過ごした青空が
今もずっと眩しく見える
นับแต่ตอนนั้น แม้จะผ่านการพบรักครั้งใหม่
แต่กลับจำใครคนอื่นไม่ได้เลย
ท้องฟ้าแจ่มใสที่เคยเห็นด้วยกันกับคุณ
ยังเจิดจ้าตลอดมาจนกระทั่งบัดนี้

人はその一生の間に
何回 接吻するのでしょう?
振り向いて思い出せるほどの…
ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา
จะพบพานการจุมพิต
ขนาดที่ทำให้หวนย้อนกลับไปนึกถึงได้สักกี่หนกัน…?

夏の花は向日葵だけじゃない
いろんな種類の花が咲いてるのに
瞳を閉じると浮かんで来るのは
風の中 揺れている
Sunflower
ดอกไม้แห่งฤดูร้อน หาได้มีเพียงแค่ดอกทานตะวัน
มีดอกไม้มากมายหลากหลายบานสะพรั่ง
แต่สิ่งที่ผุดขึ้นมายามหลับตาลง
กลับเป็นดอกทานตะวัน
ซึ่งกำลังไหวลู่ตามแรงลม

何かを忘れようとしてた
だから新しい恋をした
心に嘘をついてみても
片隅の痛み 消えることない
พยายามจะลืมอะไรบางอย่างให้ได้
ก็เลยมีรักครั้งใหม่
แต่ต่อให้โป้ปดหัวใจ
ความเจ็บปวดในซอกมุมหนึ่งกลับไม่จางหาย

人はふと愛し合い別れて
何回 後悔するのでしょう?
気づかずに 涙するほど
คนเราจะได้พบรักและแยกจาก
ถึงขนาดน้ำตาหลั่งรินโดยไม่รู้ตัว
เพราะนึกเสียใจภายหลังได้สักกี่หนกัน?

キレイなのは向日葵だけじゃない
他にも目立たない花も咲いてたのに
あなたじゃなきゃダメだと思った
愛しさを思い出す
Sunflower
หาได้มีแต่ดอกทานตะวันเท่านั้นที่งดงาม
ยังมีดอกไม้อื่นดาษดื่นบานสะพรั่ง
เคยคิดมาตลอดว่าต้องเป็นคุณเท่านั้น
ดอกทานตะวัน
ที่ทำให้ฉันนึกถึงความรัก

太陽をじっと見つめて
恋をする黄色い花
もうあなたのことしか
私には見えなかった
ดอกไม้สีเหลืองซึ่งตกหลุมรัก
จดจ้องมองดวงตะวันอย่างไม่ละจาก
ในสายตาของฉัน
มองเห็นเพียงแค่คุณคนเดียวเท่านั้น

夏の花は向日葵だけじゃない
いろんな種類の花が咲いてるのに
瞳を閉じると浮かんで来るのは
風の中 揺れている
ดอกไม้แห่งฤดูร้อน หาได้มีเพียงแค่ดอกทานตะวัน
มีดอกไม้มากมายหลากหลายบานสะพรั่ง
แต่สิ่งที่ผุดขึ้นมายามหลับตาลง
กำลังไหวลู่ตามแรงลม

キレイなのは向日葵だけじゃない
他にも目立たない花も咲いてたのに
あなたじゃなきゃダメだと思った
愛しさを思い出す
Sunflower
หาได้มีแต่ดอกทานตะวันเท่านั้นที่งดงาม
ยังมีดอกไม้อื่นดาษดื่นบานสะพรั่ง
เคยคิดมาตลอดว่าต้องเป็นคุณเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้ฉันนึกถึงความรัก
ทานตะวันดอกนั้น

 


 

….น้ำตาจิไหล แปลเหนื่อย เพลงนี้ก็งานดีอีกแล้ว เรามีดูกันทีละท่อนว่ามันมีความว้าวที่ตรงไหนบ้าง

あれから恋だってしたけど
他の彼なんか覚えてない
あなたと過ごした青空が
今もずっと眩しく見える
นับแต่ตอนนั้น แม้จะผ่านการพบรักครั้งใหม่
แต่กลับจำใครคนอื่นไม่ได้เลย
ท้องฟ้าแจ่มใสที่เคยเห็นด้วยกันกับคุณ
ยังเจิดจ้าตลอดมาจนกระทั่งบัดนี้
ท่อนนี้คงเข้าใจไม่ยากเนาะ (ถ้าอ่านที่แปลแล้วยังไม่เข้าใจ เราคงต้องไปฮาราคีรีตัวเองในฐานะนักแปล….)
“あれからนับแต่ตอนนั้น” ชี้จุดของเวลา ในที่นี้หมายถึง ตอนที่พวกนางเลิกกัน ตัวเอกก็ไปมีแฟนใหม่ มีรักครั้งใหม่แล้ว แต่พีคตรงทำยังไงก็ยังลืมแฟนเก่าไม่ลง อันเนื่องจากความทรงจำที่มีกับคนเก่ายังตราตรึงหัวใจไม่เลือนราง

 

ต่อมาตรงนี้เป็นท่อนที่เราจัดอยู่ในประเภท “ท่อนฆ่านักแปลเพลงภาษาญี่ปุ่นระดับเวิลด์คลาส”
เห็นแม่น ๆ เผลอทีล่ะตายกันมานักต่อนัก

人はその一生の間に
何回 接吻するのでしょう?
振り向いて思い出せるほどの…
ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา
จะพบพานการจุมพิต
ขนาดที่ทำให้หวนย้อนกลับไปนึกถึงได้สักกี่หนกัน…?

 

อย่างที่เคยบอกไปในเอนทรี่ที่แล้วว่า สำหรับคนที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลยจะงงมาก แต่ถ้าเผลอตัวอ่านมาถึงตรงนี้ก็อ่านต่อไปเถอะนะ ไหน ๆ ก็อ่านมาแล้ว ไม่เสียหายหรอก แต่จะเสียตัวมั้ยก็แล้วแต่ความสมัครใจ

จุดเริ่มต้นของการหลอกดาวมันอยู่ที่ตรงนี้  จะแยกเป็นคำ ๆ ให้เพื่อง่ายต่อความว้าว
(อยากให้ว้าวด้วยกัน เราว้าวคนเดียวแล้วเหงา)

何回   接吻するのでしょう?

(กี่ครั้ง)   (การจุมพิต)

振り向いて     思い出せる  ほどの…

(หวนย้อนกลับไป)   (ทำให้นึกถึง)         (ขนาดที่)

จุดสังเกตคือ อิ … ข้างหลัง ほど แถมมี のด้วย (สันธานเชื่อมนาม / เรียกง่าย ๆ ว่า คำช่วยขยายนาม )
บอกให้รู้ว่า มันต้องตัดตอนมาจากไหนสักที่ แต่อิวรรคนี้ดันเป็นวรรคสุดท้ายของท่อน
เราจึงต้องวกกลับไปดูข้างบนว่ามันมีคำนามหรือเปล่า และเราจะพบว่ามันคือ “กริยา(จุมพิต)”
ที่แฝงตัวในรูปแบบของคำนาม (อาการนาม หรือ Gerund)
อย่าเพิ่งเบ้หน้า เราจะพยายามไม่ใช้ศัพท์วิชาการเท่าที่ทำได้ รำคาญเหมือนกัน

การสลับวรรคหรือตัดคำสลับหน้า – หลังเป็นกับดักพื้นฐานที่สุดของเพลงญี่ปุ่นเลย
ถ้าเป็นประโยคปกติจะมีคำช่วยชี้หน้าที่ของคำ ยังพอไม่ให้งง แต่พอมาเป็นเพลงทีไร พ่อชอบตัดคำช่วยทิ้งทุกที ลำบากกะเหรี่ยงกันทั้งหมด

ฉะนั้น ตรงท่อนนี้ การหวนย้อนกลับไปคิดถึง ไม่ใช่การคิดถึงอะไรก็ไม่รู้ลอย ๆ แต่มันขยายเพื่อหมายความถึง “การจุมพิตที่ตราตรึงใจจนทำให้ลืมไม่ลง” (เช่น เฟิร์สคิสหรือฉากลักหลับสโนไวท์ของเจ้าชาย)

ในช่วงชีวิตคนเราถามว่า ตั้งแต่เกิดมานี่ กินข้าวไปแล้วกี่มื้อก็ตอบไม่ได้อะ แต่จะมีบางมื้อที่จำได้ด้วยความพิเศษบางอย่าง

จุมพิตก็เช่นกัน

 

มาท่อนฮุคคคคคคคค อัปเปอร์คัทสอยคางแรงมาก

夏の花は向日葵だけじゃない
いろんな種類の花が咲いてるのに
瞳を閉じると浮かんで来るのは
風の中 揺れている
Sunflower
ดอกไม้แห่งฤดูร้อน หาได้มีเพียงแค่ดอกทานตะวัน
มีดอกไม้มากมายหลากหลายบานสะพรั่ง
แต่สิ่งที่ผุดขึ้นมายามหลับตาลง
กลับเป็นดอกทานตะวัน
ซึ่งกำลังไหวลู่ตามแรงลม

ดอกไม้ต่าง ๆ สลับกันบานตามฤดูกาล และในหนึ่งฤดูกาลจะมีดอกไม้อยู่ไม่กี่พันธุ์หรอกที่คนนึกถึง
เหมือนเวลาที่เราพูดถึงฤดูใบไม้ผลิก็จะนึกถึงซากุระขึ้นมาโดยอัตโนมัติ (จริง ๆ แล้วดอกบ๊วยก็บานนะ แต่ไม่มีใครนึกถึงจนกระทั่งมันออกลูก จะได้เอาไปดองเหล้า ลำยองชิหัย)

พอพูดถึงดอกไม้ในฤดูร้อนปุ๊บ ภาพจำของคนส่วนมากก็จะเป็น
Sunflower, ดอกทานตะวัน, 向日葵 (ฮิมาวาริ)
ดอกไม้อัศจรรย์ ทุกภาษามีคำว่า “ดวงอาทิตย์” อยู่ในชื่อ

ภาษาญี่ปุ่นนี่ยิ่งแล้วใหญ่   向คือทิศทาง日คือดวงอาทิตย์葵 คือดอกไม้
ดังนั้น 向日葵 = ดอกไม้ที่หันตามทิศทางของดวงอาทิตย์

ถ้าไม่ใช่คนขายดอกไม้หรือศึกษาพรรณพืชอะไรมาก็คงจะนึกถึงแต่ดอกทานตะวันอะเนาะ
เหมือนกับที่มนุษย์ชอบทำขนมหมาเป็นรูปกระดูก ทั้งที่จริง ๆ หมามันก็คงไม่ได้อยากกินกระดูกมากกว่าเนื้อหรอก แถมแพทย์ยังห้ามด้วยนะ แต่มันเป็นเรื่องของภาพจำที่เชื่อมโยงอยู่ในสมอง

หลับตาปุ๊บ คิดถึงแต่หน้าเธอ เพราะเธอคือดอกทานตะวันของเราาาา (ทำเสียงมานากะ)

 

ท่อนต่อมาเป็นการขยายความว่า หล่อนไปทำอะไรมาบ้างเพื่อพยายามลืมแฟนเก่า

何かを忘れようとしてた
だから新しい恋をした
心に嘘をついてみても
片隅の痛み 消えることない
พยายามจะลืมอะไรบางอย่างให้ได้
ก็เลยมีรักครั้งใหม่
แต่ต่อให้โป้ปดหัวใจ
ความเจ็บปวดในซอกมุมหนึ่งกลับไม่จางหาย

 

มักมีคนบอกว่ามีแฟนใหม่แล้วจะได้ลืมแฟนเก่า หลาย ๆ คนเป็นแบบนั้น และหลาย ๆ คนก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นตัวเอกของเพลงเป็นอย่างหลัง พยายามมีแฟนใหม่แล้ว บอกใจตัวเองให้ลืมเค้าไปเถอะ
แต่ทำยังไงก็ยังลืมไม่ลง ซั๊ส

 

ท่อนต่อมาคืออวตารของท่อนหลอกดาวข้างบนนู้น มันคัมแบ็คอีกครั้งหลังจากไปศัลยกรรมมา

人はふと愛し合い別れて
何回 後悔するのでしょう?
気づかずに 涙するほど
คนเราจะได้พบรักและแยกจาก
ถึงขนาดน้ำตาหลั่งรินโดยไม่รู้ตัว
เพราะนึกเสียใจภายหลังได้สักกี่หนกัน?

 

โครงสร้างเหมือนกันเปี๊ยบ เหมือนข้างบนเป็นแม่แกะ DNA และอินี่คือ ดอลลี่

何回 後悔するのでしょう?
(กี่ครั้ง)   (เสียใจภายหลัง)
気づかずに 涙する         ほど
(โดยไม่รู้ตัว)    (ร้องไห้)     (ขนาดที่)

 

คนเราเสียใจกับการจากลาหลายครั้งนะ นับไม่ถ้วน หรือไม่เคยนับก็ไม่รู้ (ยางลบหล่นหาย ลิควิดเพิ่งซื้อมาเมื่อเช้าโดนเวียนเทียนรอบห้องและสาบสูญ ฟรายเอ๊ย เพิ่งใช้ไปทีเดียวเอง)

แต่ “การเสียใจที่ทำให้ร้องไห้โดยไม่รู้ตัว” มันคงมีอยู่กี่ครั้งหรอกมั้ง
การจากลาที่ทำให้เราเสียใจจนร้องไห้ซ้ำ ๆ คงมีเหตุผลพิเศษที่ฝังลึกน่าดู

 

ท่อนต่อมาเป็นการขยายความของดอกทานตะวัน

キレイなのは向日葵だけじゃない
他にも目立たない花も咲いてたのに
あなたじゃなきゃダメだと思った
愛しさを思い出す
Sunflower
หาได้มีแต่ดอกทานตะวันเท่านั้นที่งดงาม
ยังมีดอกไม้อื่นดาษดื่นบานสะพรั่ง
เคยคิดมาตลอดว่าต้องเป็นคุณเท่านั้น
ดอกทานตะวัน
ที่ทำให้ฉันนึกถึงความรัก

 

เหมือนแบบ จะกินส้มตำนี่ต้องเป๊ปซี่เท่านั้น (โค้กก็ได้ถ้าร้านไม่มีขาย)
หลาย ๆ คนมีความยึดติดแบบนี้ ต้องเป็นเธอคนเดียวเท่านั้น ใครก็มาแทนที่เธอไม่ได้
น้องไม่ใช่เดอะเฟซสำหรับพี่ค่ะ

 

และความคอนทราสต์ของมุมมองตัวละคร (POV) มันเริ่มที่ท่อนนี้เอง

太陽をじっと見つめて
恋をする黄色い花
もうあなたのことしか
私には見えなかった
ดอกไม้สีเหลืองซึ่งตกหลุมรัก
จดจ้องมองดวงตะวันอย่างไม่ละจาก
ในสายตาของฉัน
มองเห็นเพียงแค่คุณคนเดียวเท่านั้น

 

ตั้งแต่ท่อนแรกมาจนถึงท่อนก่อนหน้า เพลงเล่าให้พวกเราเข้าใจว่า “คนที่ตัวเอกรัก” = “ดอกทานตะวัน” อันเป็นสิ่งที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อพูดถึงดอกไม้ฤดูร้อน แต่ท่อนนี้ อ้าว มึงเป็นดอกทานตะวันเองหรอกเหรอ แล้วที่เล่ามาทั้งหมดคือร้ะ? 555555555555555555555

ไม่มีความถูกผิดด้านตรรกะในเรื่องนี้หรอก
เนื่องด้วย ดอกทานตะวันมักจะถูกอุปมาให้เป็นตัวแทนของ “คนแอบรักคอยเฝ้ามองแต่เขาข้างเดียวอยู่ร่ำไป” ดังนั้น จะเอามาเปรียบเปรยกับตัวเอกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
แค่มันมาผิดที่ผิดทางเหมือนมอไซค์สวนเลน แบบ อห มาจากไหน

เอาเป็นว่า อย่าเผลอยึดติดในมุมมองเดียว

 

เราทุกคนมีดอกทานตะวันเป็นของตัวเอง

แต่ขณะเดียวกัน เราก็อาจจะเป็นดอกทานตะวันเสียเอง หรือเป็นดอกทานตะวันของคนอื่นอยู่ก็ได้นะ

8.jpg

ดูเหมือนง่ายแต่ติสท์เห้ ๆ นะเพลงนี้
จบการติ่งภาษาในเพลงแต่เพียงเท่านี้ ต่อมาที่ติ่งไอดอล


 

สิ่งที่ทำให้ตั้งตารอเพลงนี้อีกอย่างก็คือ การที่ซูมินประกาศพักงานไปตั้งแต่จบคอนครบรอบ 1 ปี

รายการเพลงก็ไม่ขึ้น (เพื่อนก็ปล่อยตำแหน่งนางให้ว่างไว้งั้น) ละครที่ถ่ายอยู่ก็เปลี่ยนบทกลางอากาศ
หายไปดื้อ ๆ เหมือนโดนเพนนีไวส์จับแดรก ปล่อยมาแต่เพลงแบบนักร้องอินดี้
เงียบกริบสิริรวมประมาณ 4 เดือนเต็มจนกระทั่งโผล่มาให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร BLT graph Vol. 22
และตอนนี้นางคัมแบ็คแล้วในทัวร์ที่มาคุฮาริ  ปรบมือสิรออะไร

4.jpg
เหตุผลที่หยุดพักไป ทางออฟฟิเชียลแปะป้ายแสนสามัญให้ว่า “สุขภาพไม่แข็งแรง”

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในวงการไอดอล เจอประจำจนชินแล้ว แต่ซูมินหายไปนานมากจนผิดสังเกต ชวนให้คิดว่าเป็นโรคร้ายแรง ต้องผ่าตัด พักรักษาตัวนาน ๆ อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า แต่พอได้อ่านบทสัมภาษณ์ก็เลยรู้ว่าไม่ใช่ เจ้าตัวเล่าให้ฟังทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา บอกว่า รู้สึกจะเป็นบ้าถ้ายังฝืนทำงานในสภาพแบบนี้ต่อไป นางก็ขอพักงานกับทีมงานมาก่อนหน้านั้นสักพักแล้ว แต่ด้วยเรื่องตารางงาน (เยอะสัส) ในตอนนั้นทำให้ยากที่จะได้รับอนุญาต จนกระทั่งสุดท้าย ซูมินพูดคล้าย ๆ ว่า “ช่วยฉันด้วยเถอะนะคะ”
ทีมงานก็เลยรู้ว่า เจ้าตัวไม่ไหวแล้วจริง ๆ ก็มีกำหนดให้พักงานตั้งแต่ 3 วันก่อนคอนครบรอบ มีแค่ซูมินกับสตาฟฟ์ไม่กี่คนที่รู้ ส่วนเมมเบอร์ไม่มีใครรู้เลยจนกระทั่งซูมินหยุดและรู้เรื่องพักงานจากปากทีมงานอีกทอด

“ถ้าให้บอกตามตรงก็คือ… ฉันรู้สึกกลัวการที่จะกลับไปยังเคยากิอีกครั้งหนึ่งค่ะ คิดจะจบการศึกษาช่วงจะปล่อยอัลบั้มด้วย ตอนที่ฉันจะบอกเรื่องนี้กับทีมงาน ก็พอดีกับที่ทีมงานบอกฉันว่า ‘มีเพลงโซโล่ของอิไมซุมิอยู่ในอัลบั้มด้วยนะ’ พอได้ยินอย่างนั้นแล้วฉันก็กลับมาคิดทบทวนอีกรอบว่า สงสัยว่าเราคงจะยอมแพ้ไปง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ซะแล้วล่ะนะ”

จะด้วยอะไรก็ตาม กราบจังหวะเวลาที่มาได้ทันพอดีเร็วกว่าตำรวจไทยในละคร เกือบไปแล้วมั้ยมรึ๊ง ;A;

“รู้สึกเลยว่าทำไมตัวเรามันเล็กขนาดนี้นะ(หัวเราะ) ก็ทะเลทรายกว้างใหญ่ตั้งขนาดนี้นี่นา พอได้เห็นวิวแบบนี้ตรงหน้าก็ทำให้คิดขึ้นมาเลยว่า ความกลุ้มใจของฉันมันก็แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

 “หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ฉันสามารถอุทิศเพื่อวงได้
ก็มีแต่การร้องเพลงเท่านั้น”

 “ฉันรักงานนี้มากถึงขั้นคิดอยากเอาชีวิตเข้าแลก
ก็เลยเตรียมใจเอาไว้และกลับมาค่ะ”

แม้ว่าซูมินจะพักงาน แต่วงก็ไม่ได้พักกิจกรรม ยังเดินหน้าปล่อยอัลบั้ม และมีการถ่าย MV  เพลง Getsuyoubi no Asa, Skirt wo Kirareta ซึ่งเป็นเพลงชูโรงของอัลบั้มด้วย ทีมงานก็ให้ซูมินตัดสินใจเองว่าจะมาหรือไม่มาก็ได้ เอาที่สบายใจ ไม่บังคับนะ

 “ก่อนถ่าย ฉันปรึกษากับยูกะจังว่า ‘กำลังคิดอยู่ว่าจะไปดีมั้ย ฉันกลัว…’ แล้วยูกะจังก็บอกว่า ‘พวกเรากำลังรอเธออยู่ ไม่เป็นไรหรอก อย่ากังวลเลยนะ’ ฉันก็เลยตัดสินใจได้ค่ะ เลยบอกทีมงานไปว่า ฉันจะไปถ่ายด้วย”

7-e1505664127492.jpg(^ นี่ใส่วิก)


 

มาเข้าเรื่องเพลง Natsu no Hana ha Himawari dake janai บ้าง เจ้าตัวเล่าไว้ว่างี้

 “ตอนอัดเสียงเพลงโซโล่ ใช้เวลานานมากเลยล่ะค่ะ เป็นเพลงโซโล่เพลงแรกด้วย อยากให้มันออกมาดี ก็เลยตั้งใจทำมาก ๆ ขอทีมงานว่า ‘ขอร้องอีกรอบได้ไหมคะ’ อยู่หลายครั้งจนกว่าตัวเองจะยอมรับได้ ฟูลคอรัสก็ร้องแก้ไปไม่รู้กี่ครั้ง”

ในเล่ม QJ vol.129 พูดถึงการร้องเพลงของในยูนิตยุยจังส์ ช่วงแรก ๆ ซูมินยังเล่นกีตาร์ไม่ค่อยเก่ง จิตตกอยู่หลายที ยุยปงก็ช่วยปลอบ บอกว่าชอบเสียงของซูมินมาก ๆ กระทั่งตอนอัดเสียง จริง ๆ ต้องฟังเสียงตัวเอง แต่ยุยปงกลับปรับเสียงของซูมินให้ดังขึ้นแล้วร้องตาม บาลานซ์คู่นี้ดีนะ มีทะเลาะกันบ้างตามประสาคนต่างรสนิยม แต่สุดท้ายเหมือนจะหาจุดลงตัวได้แล้วก็ตรงที่ ยุยปงบอกว่าเรื่องกีตาร์ยกให้เค้าจัดการเอง
ซูมินรับผิดชอบแค่เรื่องร้องเพลงก็พอแล้ว

10

 “ฉันเองก็เคยคิดอยู่หลายครั้งนะคะว่า ‘เราอยู่เคยากิจะดีเหรอ?’ แต่พอได้พัก ได้ห่างจากวงไปจริง ๆ ฉันกลับไม่รู้ว่าควรจะใช้ชีวิตคนเดียวยังไงดีเพราะที่ผ่านมาฉันด้วยกันกับเมมเบอร์ทุกวัน มีอยู่หลายวันที่ไม่ได้ออกจากบ้านเลยสักก้าวเดียว”

 “ฉันคิดว่า ตัวฉันคนก่อนที่จะได้พักงานอ่อนแอมากจริง ๆ ค่ะ
ต่อไปนี้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง”

3

ตอนนี้ซูมินกลับมาแล้วด้วยผมสั้นน่าเอ็นดูที่เจ้าตัวบอกว่าตัดทันทีที่ได้พักงาน
บอกว่าอยากเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เกลียดตัวเองคนเก่ามาก
ความรู้สึกนั้นแสดงผ่านการกระทำด้วยการตัดผมทิ้งไป 30 ซม. พร้อมแทะหน้าม้าให้ด้วย…
บอกว่าอยากให้หน้าม้าแบบนี้ฮิตติดลมบนไปอีก อื้อ น่ารักค่ะ น่ารักกกกก

แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวก็ตาม
แต่เราเชื่อว่ามนุษย์ที่ชื่อ อิไมซุมิ ยุย เป็นดอกทานตะวันของใครหลายคนบนโลกนี้นะ

5

 

 

 

Advertisements